แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ceetanchanok

หน้า: [1]
1
รวมฟิลเลอร์ 3 แบรนด์ยอดนิยม Juvederm, Restylane และ Ultra V Hyal Filler  แต่ละตัวเหมาะกับฉีดจุดไหน ?
ถ้าพูดถึง ฟิลเลอร์เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้จักกันดีอยู่แล้วว่าเป็นตัวช่วยยอดฮิตที่ช่วยเติมเต็มใบหน้า ลดริ้วรอย และปรับรูปหน้าของเราให้ดูสวยเป๊ะได้แบบเป็นธรรมชาติ แต่พอไปหาข้อมูลก็เจอปัญหาว่า ฟิลเลอร์มีหลายยี่ห้อมาก จนไม่รู้ว่าจะเลือกฉีดตัวไหนดี ?
ซึ่งแต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่นก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน บางตัวก็มีเนื้อที่นิ่ม ให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ บางตัวก็เนื้อแน่น ปั้นทรงได้เป๊ะ และที่สำคัญแต่ละจุดบนใบหน้าก็ต้องใช้ฟิลเลอร์ที่ต่างกัน วันนี้เราเลยอยากจะมาแนะนำ 3 แบรนด์ฟิลเลอร์ยอดนิยม อย่าง Juvederm, Restylane และ Ultra V Hyal Filler พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ว่า แต่ละตัวเหมาะกับฉีดตรงไหน? เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกฟิลเลอร์ได้ง่ายขึ้น!

Juvederm
ฟิลเลอร์ระดับพรีเมียมจากอเมริกา ผลิตโดย Allergan ที่ได้รับการรองรับมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย. ไทย, US FDA และ EDQM ยุโรป จุดเด่นของ Juvederm คือมีเทคโนโลยี Vycross Technology ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเรียบเนียน กระจายตัวดี และติดทนได้นานอีกด้วย มีฟิลเลอร์จากแบรนด์ Juvederm มาแนะนำทั้งหมด 5 รุ่น ดังนี้!

1.Volbella 
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อนิ่มที่สุด ไม่จับตัวเป็นก้อน
เหมาะกับ: ฉีดริ้วรอยชั้นตื้น ใต้ตา ปาก

2.Volift :
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม ละเอียด เรียบเนียน
เหมาะกับ: ผิวบาง ใช้เติมร่องแก้ม และใต้ตา แก้มตอบ ปาก

3.Volite
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด โมเลกุลขนาดเล็ก
เหมาะกับ: เติมผิวชั้นตื้น และใต้ตา เพิ่มความชุ่มชื้น

4.Voluma :
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง และฟู มีความยืดหยุ่น โมเลกุลขนาดใหญ่
เหมาะกับ: เติมร่องลึกเช่น แก้ม คาง ขมับ

5.Volux :
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อแข็งที่สุด มีความคงตัวสูง ขึ้นรูปได้สวย
เหมาะกับ: เติมคาง ขมับ และร่องลึก

Restylane
ฟิลเลอร์จากสวีเดน ที่ฮิตมากกว่า 25 ปี! ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก มาพร้อมเทคโนโลยี NASHA และ OBT Technology ทำให้ฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง และให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ และยังได้รับการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย มีฟิลเลอร์จากแบรนด์ Restylane  มาแนะนำทั้งหมด 7 รุ่น ดังนี้!

1. KYSSE
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด แต่มีความคงตัว
เหมาะกับ: เติมริมฝีปากโดยเฉพาะ

2. Vital Light
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด โมเลกุลขนาดเล็ก มีความนิ่ม
เหมาะกับ: เติมใต้ตา และผิวชั้นตื้น

3. Vital

คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด เกลี่ยง่าย
เหมาะกับ: เติมหน้าผาก และริ้วรอยตื้น

4. Volyme
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อนิ่ม
เหมาะกับ: เติมขมับ แก้ม ร่องแก้ม

5. Defyne

คุณสมบัติ: เนื้อฟิลเลอร์มีความยืดหยุ่นสูง
เหมาะกับ: เติมร่องแก้ม มุมปาก ร่องริ้วรอยจากการยิ้ม

6. Restylane Classic
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อแข็งปานกลาง โมเลกุลขนาดใหญ่
เหมาะกับ: เติมร่องตื้น - ลึก

7. Refyne
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อแข็งปานกลาง ยืดหยุ่น
เหมาะกับ: สำหรับผิวบาง เติมเต็มริ้วรอยต่างๆ

8. Lyft
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง มีความแน่น คงรูปได้ดี
เหมาะกับ: เติมคาง และขมับ

Ultra V Hyal Filler
ฟิลเลอร์น้องใหม่จากเกาหลี ที่กำลังมาแรง Ultra V Hyal Filler เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้ R Square Technology ผสมผสานฟิลเลอร์แบบ Monophasic และ Biphasic ทำให้เนื้อฟิลเลอร์มีความนุ่ม ฉีดง่าย ไม่เป็นก้อน และเจ็บน้อย จุดเด่นคือมี สิทธิบัตร Multi Layered Phasic Filler ที่ช่วยลดความเสี่ยงของอาการบวมหลังฉีดอีกด้วย มีฟิลเลอร์จากแบรนด์ Ultra V Hyal Filler  มาแนะนำทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้!

1. Ultra V Hyal Filler รุ่น Hyal Fine
คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อเจลบางเบา
เหมาะกับ: เติมริ้วรอยตื้น ๆ เช่น หางตา และปาก

2. Ultra V Hyal Filler รุ่น Hyal Medium

คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อเจลมีความคงตัว แข็งปานกลาง
เหมาะกับ: เพิ่มความอวบอิ่มของผิว เช่น เติมร่องแก้ม หน้าแก้ม หน้าผาก

3. Ultra V Hyal Filler รุ่น Hyal Hard

คุณสมบัติ: ฟิลเลอร์เนื้อเจลแข็งที่สุดใน 3 รุ่น
เหมาะกับ: การขึ้นรูปและแก้ไขปัญหาในชั้นลึก เช่น ร่องลึก ร่องน้ำหมาก ใต้ตา คาง ขมับ

อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์แต่ละแบรนด์ แต่ละรุ่นนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าทุกตัวจะเหมาะกับใบหน้าของทุก ๆ คน การเลือกฟิลเลอร์ที่เหมาะสมถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ชื่อแบรนด์เท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่า เราจะฉีดตรงไหน ? ต้องการเนื้อฟิลเลอร์แบบไหน ? และอยากแก้ปัญหาอะไร ? เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ สวยเข้ากับรูปหน้า และตอบโจทย์กับเรามากที่สุด!

2
ริมฝีปากถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นที่สำคัญในการเสริมความงามของใบหน้า และการมีริมฝีปากที่อวบอิ่มและมีรูปทรงที่ชัดเจนสามารถเพิ่มเสน่ห์ให้กับบุคคลได้อย่างมาก ในยุคปัจจุบัน การฉีดฟิลเลอร์ สำหรับริมฝีปากจึงกลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ยอดนิยมที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับรูปทรงปากกระจับและการเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปากสไตล์ฝอ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจและเสน่ห์ที่โดดเด่นให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวเอง

การฉีด Filler สำหรับริมฝีปากทำงานอย่างไร?
การฉีด Filler สำหรับริมฝีปากเป็นกระบวนการที่ใช้ Filler ชนิดพิเศษที่มีส่วนผสมของสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว Filler เหล่านี้จะถูกฉีดเข้าไปในบริเวณริมฝีปากเพื่อเติมเต็มรูปร่างและเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีริ้วรอยหรือความหย่อนคล้อย

เทรนด์การฉีด Filler ริมฝีปากที่กำลังได้รับความนิยมในปี 2025
1. ปากกระจับ : การฉีดฟิลเลอร์เพื่อสร้างรูปทรงริมฝีปากที่มีลักษณะกระจับ ซึ่งเป็นรูปทรงที่มีความคมชัดและมีความสมดุล เป็นที่นิยมในหมู่คนที่ต้องการเสริมเสน่ห์ให้กับใบหน้า โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่มักจะเห็นผู้คนในยุคนี้เลือกทรงปากกระจับให้ดูสวยงามและโดดเด่น
2. ปากอวบอิ่มสไตล์ฝอ : Filler ริมฝีปากยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการสร้างปากที่อวบอิ่มและดูมีมิติแบบฝรั่ง ซึ่งมีความเนียนนุ่มและดูเป็นธรรมชาติ ทรงปากนี้มักจะได้รับความนิยมจากผู้ที่ต้องการให้ริมฝีปากของตนดูเต็มและมีความเย้ายวน โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่มีริมฝีปากบางหรือมีรูปทรงที่ไม่สมดุล

ข้อดีของการฉีด Filler สำหรับริมฝีปาก
1. ปรับรูปทรงริมฝีปากได้อย่างธรรมชาติ :  Filler ช่วยให้ริมฝีปากมีรูปทรงที่สมดุลและมีความอวบอิ่มโดยไม่ต้องมีการผ่าตัด Filler จะกระจายตัวได้อย่างดี ทำให้ริมฝีปากดูเป็นธรรมชาติและสวยงาม
2. เสริมความมั่นใจ : สำหรับคนที่มีริมฝีปากบางหรือไม่สมดุล การฉีด Filler จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของริมฝีปาก
3. ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและไม่ต้องพักฟื้น : การฉีด Filler ริมฝีปากไม่ต้องการการพักฟื้นมากนัก ผู้ที่รับการรักษาสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ทันที โดยผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดหลังจากการฉีดเพียงไม่กี่วัน
4. ใช้เวลารักษาสั้น : การฉีด Filler ริมฝีปากใช้เวลาเพียงไม่นาน ทำให้ผู้รับบริการสามารถทำได้ในเวลาที่สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาไปกับการฟื้นตัว

ข้อควรระวังในการฉีด Filler ริมฝีปาก
ถึงแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์ริมฝีปากจะเป็นกระบวนการที่ปลอดภัย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ผู้รับบริการควรทราบ

1. การเลือกคลินิกและผู้เชี่ยวชาญ : ควรเลือกคลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีด Filler ริมฝีปาก เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและปลอดภัย
2. ผลข้างเคียง : อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรกหลังการฉีด แต่จะหายไปภายในไม่กี่วัน
3. การดูแลหลังการรักษา : ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสริมฝีปากหนัก ๆ หรือการใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีรุนแรงในระยะเวลา 24-48 ชั่วโมงหลังการฉีด

สรุป
การฉีด Filler สำหรับริมฝีปากเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการปรับรูปทรงและเพิ่มความอวบอิ่มให้กับริมฝีปาก โดยเฉพาะในเทรนด์ปากกระจับและปากอวบอิ่มสไตล์ฝอที่กำลังได้รับความนิยมในปี 2025 ฟิลเลอร์ช่วยเสริมเสน่ห์และความมั่นใจให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงรูปทรงริมฝีปากของตัวเองให้ดูสวยงามและมีมิติที่น่าสนใจ ทั้งนี้ การเลือกคลินิกและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญยังคงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย


3
ไฮยาลูรอนช่วยเรื่องอะไร การเลือกเซรั่มไฮยาลูรอนที่ดีที่สุดสำหรับผิวที่มีสิว

ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เป็นสารที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันช่วยอะไรกับผิวหน้า และทำไมถึงกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการบำรุงผิวพรรณในปัจจุบัน

ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง ประโยชน์ของไฮยาลูรอน ที่ไม่เพียงแต่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น แต่ยังช่วยแก้ปัญหาผิวมันและผิวที่มีสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมแนะนำการเลือกเซรั่มที่มีไฮยาลูรอน เป็นส่วนผสมหลักที่จะช่วยให้คุณมีผิวสวยและสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ไฮยาลูรอนคืออะไร? ทำไมถึงดีต่อผิว?

ไฮยาลูรอนเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของเราตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในผิวหนัง ข้อต่อ และดวงตา ไฮยาลูรอนมีคุณสมบัติในการจับน้ำและทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นอย่างธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่สารนี้จะกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในทุกวันนี้

ประโยชน์ของไฮยาลูรอนต่อผิวหน้า

  • เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ไฮยาลูรอนมีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำในผิว ช่วยให้ผิวหน้าไม่แห้งกร้าน ดูเนียนนุ่มและกระจ่างใสตลอดวัน
  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวไฮยาลูรอนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ซึ่งทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น และลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย
  • ช่วยลดการระคายเคืองสารไฮยาลูรอนช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันให้ผิว และยังช่วยลดอาการระคายเคืองจากมลภาวะหรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ทำให้ผิวแห้ง
  • ไม่ทำให้เกิดสิวไฮยาลูรอนเป็นสารที่มีความเบาและไม่มัน จึงไม่เพิ่มการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งช่วยให้ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดสิว
  • ไม่ทำให้เกิดสิวไฮยาลูรอนเป็นสารที่มีความเบาและไม่มัน จึงไม่เพิ่มการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งช่วยให้ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเกิดสิว

ไฮยาลูรอนช่วยผิวที่มีสิวได้อย่างไร?

หากคุณมีปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ หรือสิวที่ทิ้งรอยดำ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูรอนเป็นส่วนผสมสามารถช่วยดูแลผิวได้หลายทาง โดยเฉพาะในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและรักษาความสมดุลของน้ำในผิว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการเกิดสิว

  • ช่วยให้ผิวไม่แห้งและระคายเคือง:บ่อยครั้งที่การรักษาสิวอาจทำให้ผิวหน้าแห้งหรือระคายเคือง การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูรอนสามารถเติมน้ำให้กับผิวและป้องกันไม่ให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
  • ไม่อุดตันรูขุมขน:ไฮยาลูรอนมีเนื้อสัมผัสที่บางเบาและไม่มัน จึงไม่ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวอุดตัน
  • ช่วยลดรอยสิว:การเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวช่วยให้กระบวนการฟื้นฟูผิวหลังการเกิดสิวเป็นไปได้เร็วขึ้น ลดโอกาสที่รอยสิวจะเกิดการสะสมและทำให้แผลหายเร็วขึ้น

การเลือกเซรั่มไฮยาลูรอนที่ดีที่สุดสำหรับผิวที่มีสิว

แม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่มีไฮยาลูรอนจะมีอยู่มากมายในท้องตลาด แต่ไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์จะเหมาะกับผิวที่มีสิว ดังนั้นการเลือกเซรั่มลดรอยสิว ไฮยาลูรอนที่ตอบโจทย์ผิวที่มีปัญหาสิวจึงเป็นเรื่องสำคัญ

สรุป

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี ไฮยาลูรอน เป็นส่วนผสมหลักจะช่วยให้คุณสามารถดูแลผิวที่มีปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฮยาลูรอนไม่เพียงแต่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว แต่ยังช่วยรักษาความสมดุลของน้ำในผิวหน้า ทำให้ผิวไม่แห้ง แต่ถ้าหากยังไม่แน่ใจในขนาดที่ใช้ แนะนำให้ลองเลือกซื้อแบบครีมซองเซเว่นไปทดลองใช้กันก่อน


4
เมื่อเข้าสู่ปี 2024 เทรนด์การแต่งหน้าต่างๆ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปตามช่วงเวลา และหนึ่งในไอเท็มที่ไม่เคยตกเทรนด์และมีการปรับตัวอย่างต่อเนื่องก็คือ "ลิปสติก" ซึ่งในปีนี้เทรนด์ลิปสติกจะเน้นไปที่การใช้ลิปสติกที่ไม่เพียงแค่สีสันโดดเด่น แต่ยังเน้นเรื่องการบำรุงริมฝีปากและให้ความยาวนานตลอดทั้งวัน ในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าแบรนด์เครื่องสำอางMaybelline และ L'Oréal Paris จะนำเสนอเทรนด์และผลิตภัณฑ์ลิปสติกแบบไหนที่จะตอบโจทย์สาวๆ ในปี 2024 บ้าง! ใครจะชนะระหว่างสองแบรนด์นี้ มาดูกันเลยค่ะ

1. ลิปสติกแมตต์ vs ลิปสติกเงางาม : ความนิยมในปี 2024
ในปี 2024 เทรนด์ของลิปสติกจะเป็นการผสมผสานระหว่างความสวยงามและการใช้งานที่สะดวกสบาย ลิปสติกทั้งเนื้อแมตต์และเนื้อเงางามยังคงได้รับความนิยม แต่จะเห็นได้ว่าเทรนด์ที่ได้รับความสนใจในปีนี้คือ ลิปสติกแมตต์ที่ติดทนนาน และ ลิปสติกเงางาม ที่ให้ความรู้สึกบางเบาแต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ

Maybelline SuperStay Matte Ink Liquid Lipstick จาก Maybelline ยังคงครองใจสาวๆ ด้วยเนื้อแมตต์ที่ติดทนนานสูงสุดถึง 16 ชั่วโมง ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดๆ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมบ่อยๆ สาวๆ ที่รักลุคแมตต์แบบติดทนนานต้องไม่พลาดค่ะ ส่วน L'Oréal Paris Rouge Signature Matte Lip Stain จาก L'Oréal Paris เป็นตัวเลือกที่ให้สัมผัสบางเบา โดยมีเนื้อแมตต์ที่ติดทนนานแต่ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งหรือลอกเป็นขุย

ทั้งสองแบรนด์ตอบโจทย์สาวๆ ที่รักลุคแมตต์ได้ดี แต่ถ้าพูดถึง ความยืดหยุ่นและความสบาย ในการใช้ชีวิตประจำวัน L'Oréal Paris อาจจะทำได้ดีกว่า เพราะเนื้อที่บางเบากว่าและไม่ทำให้ริมฝีปากหนักจนเกินไป

2. ลิปสติกสีแดง : แฟชั่นที่ไม่มีวันตกยุค
สีแดงคือสีที่ไม่เคยหายไปจากโลกแฟชั่น และในปี 2024 ก็ยังคงเป็นสีที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยทั้งสองแบรนด์มีลิปสติกสีแดงที่น่าสนใจ

Maybelline SuperStay Matte Ink Liquid Lipstick – สี Pioneer
 สีแดงสดที่มีความคมชัดและติดทนนานสูงสุด ถึงแม้จะทานอาหารหรือดื่มน้ำก็ยังคงสีเดิม ไม่ต้องเติมบ่อยๆ

L'Oréal Paris Rouge Signature – สี I Am Worth It
สีแดงก่ำที่มีความสดใสและดูมีเสน่ห์ สีแดงจาก L'Oréal จะให้ความรู้สึกเซ็กซี่และทันสมัย แต่ไม่จัดจ้านเกินไป จึงเหมาะกับสาวๆ ที่อยากได้ลุคที่ดูสวยและมีเสน่ห์ในทุกสถานการณ์

ใครชนะ?
ถ้าต้องเลือกว่าจะใช้ลิปสติก สีแดงตัวไหน Maybelline คงจะเหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการสีแดงสดและทนทานตลอดทั้งวัน ขณะที่ L'Oréal เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการสีแดงที่ไม่แห้งจนเกินไปและดูมีความเป็นธรรมชาติ

3. ลิปสติกเนื้อบางเบา: สำหรับลุคธรรมชาติที่สดใส
ในปี 2024 สาวๆ หลายคนเริ่มหันมาสนใจลิปสติกที่ไม่หนักริมฝีปาก มีความบางเบาและดูเป็นธรรมชาติ แต่ยังคงให้สีที่สดใสและติดทนนาน ทั้ง Maybelline และ L'Oréal Paris ก็มีผลิตภัณฑ์ลิปสติกที่ตอบโจทย์นี้อย่างดี

Maybelline Color Sensational Powder Matte
 ลิปสติกที่มาพร้อมเนื้อสัมผัสที่เบาบางและเนียนนุ่ม ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้งหรือแตกเป็นขุย ให้ความรู้สึกเบาๆ เหมือนกับริมฝีปากธรรมชาติ แต่ยังคงให้สีที่ชัดเจน

L'Oréal Paris Rouge Signature
 ลิปสติกเนื้อแมตต์สเตนที่มีความบางเบาและติดทนนาน แถมยังให้ลุคที่ดูมีความธรรมชาติและไม่หนาหรือหนักจนเกินไป เหมาะกับสาวๆ ที่อยากได้ลุคที่ดูสุขภาพดี

ใครชนะ?
สำหรับสาวๆ ที่ชอบลิปสติกที่ให้สัมผัสบางเบาและสีที่ไม่หนักเกินไป L'Oréal Paris Rouge Signature จะตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะเนื้อบางเบาและให้ลุคที่เป็นธรรมชาติสุดๆ

4. ลิปสติกสำหรับการบำรุงริมฝีปาก: สวยและสุขภาพดี
ไม่เพียงแต่สีสันที่สำคัญ แต่การบำรุงริมฝีปากก็กลายเป็นสิ่งที่สาวๆ หันมาใส่ใจมากขึ้นในปี 2024 ลิปสติกที่ไม่เพียงแค่สีสวย แต่ยังช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นจะได้รับความนิยมอย่างสูง

Maybelline New York Baby Lips
ลิปบาล์มที่ไม่เพียงแต่มีสีสันสดใส แต่ยังช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นและนุ่มนวลตลอดทั้งวัน สาวๆ ที่มีริมฝีปากแห้งหรือต้องการการบำรุงเพิ่มเติมจะหลงรักผลิตภัณฑ์นี้

L'Oréal Paris Color Riche Shine Lipstick
ลิปสติกที่มอบทั้งความเงางามและการบำรุง ลิปสติกนี้จะช่วยให้ริมฝีปากดูสุขภาพดี ไม่แห้งหรือแตกเป็นขุย แถมยังให้สีที่สวยงามและดูเป็นธรรมชาติ

ใครชนะ?
หากคุณต้องการทั้งความชุ่มชื้นและสีสันที่สวยงาม Maybelline Baby Lips อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการบำรุงริมฝีปากในทุกๆ วัน แต่ถ้าคุณต้องการลิปสติกที่ทั้งเงางามและบำรุงในตัว L'Oréal Paris Color Riche Shine ก็คือคำตอบที่ดีเช่นกันค่ะ

5. การเลือกสีที่เหมาะกับผิว: ลิปสติกที่โดดเด่นบนทุกโทนผิว
การเลือกสีลิปสติกที่เหมาะกับสีผิวเป็นสิ่งที่สำคัญมากในปี 2024 ทั้ง Maybelline และ L'Oréal Paris มีลิปสติกที่เหมาะกับสาวๆ ทุกโทนสีผิว

สำหรับสาวผิวขาวและผิวกลาง Maybelline Color Sensational Creamy Matte สีที่แนะนำจะเป็นสีนู้ดหรือสีชมพูอ่อน ซึ่งช่วยให้ลุคดูเป็นธรรมชาติและไม่ดูโดดเด่นเกินไป ส่วนสาวผิวเข้มสามารถเลือกใช้สีที่มีโทนเข้ม เช่น สีน้ำตาลหรือสีแดงที่ช่วยเสริมความโดดเด่นได้ดี

L'Oréal Paris Rouge Signature สีที่เหมาะสำหรับทุกสีผิว โดยเฉพาะสาวผิวเข้ม เพราะมีเฉดสีที่หลากหลายและเหมาะกับการใช้งานในทุกโอกาส

สรุป ใครจะชนะ?
ไม่ว่าจะเป็น Maybelline หรือ L'Oréal Paris ต่างก็มีลิปสติกที่ตอบโจทย์สาวๆ ในปี 2024 ทั้งสองแบรนด์มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและให้สีสันที่โดดเด่น ทนทาน และมีคุณสมบัติในการ


5
ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยการเดินทางและกิจกรรมที่ไม่หยุดนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน หรือการออกไปพบปะสังคม การดูแลตัวเองจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการปกป้องผิวจากแสงแดดที่มีผลกระทบต่อผิวในระยะยาว เช่น ริ้วรอย ฝ้า กระ หรือผิวคล้ำเสีย การเลือกใช้ ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris จึงเป็นตัวช่วยที่สะดวกและตอบโจทย์ที่สุดสำหรับสาวๆ ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบายในการดูแลผิวให้สวยใสทุกที่ทุกเวลา

1. ครีมกันแดดซองที่พกพาง่าย: สะดวกทุกการเดินทาง
ชีวิตในเมืองใหญ่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน ตั้งแต่การเดินทางไปทำงาน ไปเรียน หรือการออกกำลังกายกลางแจ้ง การพกพาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีขนาดใหญ่หรือหนักอาจทำให้กระเป๋าของเราหนักเกินไป แต่การมี ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris ติดกระเป๋ากลับทำให้การดูแลผิวเป็นเรื่องง่ายและสะดวก

ครีมกันแดด ในรูปแบบซองไม่เพียงแต่มีขนาดเล็กกะทัดรัด สามารถพกพาได้ทุกที่ แต่ยัง สะดวกในการใช้งาน เพียงแค่ฉีกซองแล้วทาบนผิวก็พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดดทันที ไม่ต้องพะวงเรื่องการขวดแตกหรือหาขวดขนาดพกพาให้ยุ่งยาก

2. ปกป้องผิวจากแดดตลอดวัน ด้วย SPF ที่คุ้มค่า
ไม่ว่าคุณจะเดินทางออกจากบ้านในช่วงเช้าหรือไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris จะช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่เป็นสาเหตุหลักของการทำร้ายผิว เช่น ริ้วรอย ฝ้า กระ หรือการคล้ำเสียจากแดด ครีมกันแดดจาก L'Oréal Paris มีค่า SPF ที่เหมาะสม ช่วยบล็อกแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ภายนอกบ้านนานแค่ไหน ผิวของคุณก็จะได้รับการปกป้องจากแสงแดดอย่างเต็มที่

3. เนื้อครีมบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ
ในวันที่อากาศร้อนจัดและความชื้นสูง การทาครีมกันแดดที่มีเนื้อหนาหรือมันเยิ้มอาจทำให้รู้สึกไม่สบายผิว และทำให้การแต่งหน้าหรือทำกิจกรรมต่างๆ ลำบาก ครีมกันแดดจาก L'Oréal Paris และแบรนด์อื่นๆ ในรูปแบบซองมี เนื้อครีมที่บางเบา และ ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะบนผิว ทำให้คุณสามารถทาครีมกันแดดหน้า ได้ในทุกสถานการณ์ ทั้งก่อนออกจากบ้านหรือระหว่างวัน

หากต้องการทาซ้ำระหว่างวันก็สามารถทำได้อย่างสบายๆ เพราะไม่มีการทิ้งคราบหรือมันเยิ้มบนผิว ผิวของคุณยังคงรู้สึก สดชื่น และ ไม่เหนียวเหนอะหนะ แม้ต้องเผชิญกับแสงแดดหรืออากาศร้อน

4. เหมาะกับทุกสภาพผิว: อ่อนโยนและบำรุงผิวในตัว
หนึ่งในข้อดีของครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris คือการที่มี สูตรที่เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวบอบบาง ครีมกันแดดนี้จะช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งกร้านและไม่อุดตันรูขุมขน ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในระยะยาว

นอกจากนี้ ครีมกันแดดยังมีคุณสมบัติในการ บำรุงผิว ทำให้ผิวรู้สึก นุ่มนวล และ เรียบเนียน ตลอดวัน ช่วยลดอาการระคายเคืองจากแดดและมลภาวะได้อย่างดี

5. ความคุ้มค่าในราคาเดียว
การดูแลผิวไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมาย ครีมกันแดด 7 11 มีราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมคุณภาพที่ไม่เป็นรองใคร ช่วยให้คุณ ปกป้องผิวจากแสงแดด และ ดูแลสุขภาพผิว ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเสียเงินไปกับการซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น
ซองเล็กๆ นี้สามารถใช้งานได้หลายครั้ง ทำให้การปกป้องผิวจากแดดทั้งวันกลายเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่า

6. ครีมกันแดดที่พร้อมรับมือทุกกิจกรรม
ไม่ว่าจะเป็นการไปเที่ยวทะเล เดินเล่นในสวน หรือไปออกกำลังกายกลางแจ้ง ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris สามารถช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้คุณ เพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้ง ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาผิวที่อาจตามมา

สรุป
การดูแลผิวให้สวยใสและสุขภาพดีในทุกๆ วันไม่จำเป็นต้องยุ่งยากหรือใช้เวลานานอีกต่อไป ครีมกันแดดซองจาก L'Oréal Paris เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับสาวๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายในการดูแลผิวระหว่างวัน ด้วย ความพกพาง่าย ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแดด และ เนื้อครีมที่เบาสบาย ทำให้ไม่ว่าคุณจะออกไปทำกิจกรรมไหนก็สามารถปกป้องผิวจากแสงแดดได้ตลอดเวลา

การมี ครีมกันแดดซองในกระเป๋า คือการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง แต่ยังสามารถดูแลผิวได้ง่ายๆ ทุกที่ทุกเวลา Life On The Go ก็สามารถ สวยใส ปกป้องผิวจากแดด ได้ไม่มีสะดุด


6
รีวิวจัดเต็ม! เซรั่มและมอยเจอร์ไรเซอร์จาก Garnier ตัวช่วยผิวใสไร้สิวสำหรับสาว ๆ

สาว ๆ คนไหนกำลังต่อสู้กับปัญหาผิวหน้าที่รุมเร้า ทั้งสิวอุดตัน รอยแดงรอยดำจากสิว หรือผิวหมองคล้ำไร้ชีวิตชีวา เชื่อเถอะค่ะว่าเราเข้าใจความรู้สึกนี้ดี มันน่าหงุดหงิดใช่ไหมล่ะคะ? แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้เรามีไอเท็มดูแลผิวที่คัดมาแล้วว่าเหมาะกับทุกคน แถมยังใช้ดีจนอยากบอกต่อ นั่นก็คือ Garnier Bright Complete Anti-Acne Serum Cream และ Garnier Bright Complete Anti-Acne Booster Serum บอกเลยว่าคู่หูดูโอ้คู่นี้เป็นตัวช่วยกู้ผิวให้กลับมาเปล่งปลั่งได้ในงบที่สาว ๆ จ่ายไหว ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยค่ะว่าแต่ละตัวมีดีอย่างไร และเราจะใช้อย่างไรให้เห็นผลแบบเต็มที่

เรามาดูที่ตัวแรกกันก่อนเลย ขอป้ายยาเป็น ครีมซองเซเว่น Garnier Bright Complete Anti-Acne Serum Cream เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เขาออกแบบมาเพื่อผิวที่เป็นสิวง่ายโดยเฉพาะ จุดเด่นของตัวนี้อยู่ที่ส่วนผสมของ ซาลิไซลิก แอซิด (Salicylic Acid) ที่เรารู้กันดีว่าเป็นส่วนผสมที่ช่วยจัดการสิวได้ดีมาก เพราะมันช่วยลดการอุดตันรูขุมขน ลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยลดการอักเสบของสิวอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมี วิตามินซี (Vitamin C) ที่เป็นตัวช่วยกู้ผิวให้ดูกระจ่างใส ลดเลือนรอยดำรอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาว ๆ คนไหนที่เคยใช้วิตามินซีบำรุงผิวจะรู้เลยว่ามันช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้นได้จริง เนื้อครีมของเขาก็เป็นอีกจุดที่เราปลื้มมากค่ะ เพราะมันบางเบา ซึมง่าย ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับอากาศบ้านเราที่ร้อนชื้นสุด ๆ พอทาลงบนผิวแล้วให้ความชุ่มชื้นพอดี ไม่ทำให้หน้ามันเพิ่ม แต่ยังช่วยให้ผิวดูฉ่ำ ๆ สุขภาพดี

มาต่อกันที่ตัวที่สอง ขอเรียกว่าเป็น "พระเอก" เลย นั่นก็คือ Garnier Bright Complete Anti-Acne Booster Serum ซึ่งเป็นเซรั่มลดรอยสิว เข้มข้นที่จัดเต็มด้วยส่วนผสมทรงพลัง ไม่ว่าจะเป็น ไนอาซินาไมด์ (Niacinamide) ที่ช่วยลดเลือนรอยแดงและรอยดำจากสิว และ ซาลิไซลิก แอซิด ที่ช่วยควบคุมความมันและลดการเกิดสิวใหม่ สิ่งที่ทำให้เซรั่มตัวนี้พิเศษคือการผสมผสาน ไฮยาลูรอน ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นลึกถึงชั้นผิว ทำให้ผิวอิ่มน้ำและดูสุขภาพดีมากขึ้น ไฮยาลูรอนิกยังมีคุณสมบัติในการเสริมเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวแข็งแรง ลดการสูญเสียน้ำในผิว และลดการระคายเคืองได้อย่างดีเยี่ยม

นอกจากนั้นยังมีสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง เหมาะมากสำหรับสาว ๆ ที่มีผิวบอบบาง ตัวเซรั่มซึมเร็วแบบไม่ทิ้งความเหนอะหนะ ทำให้สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน โดยไม่ต้องกังวลว่าผิวจะมันหรือรู้สึกหนักหน้า

ถ้าคุณกำลังมองหาสกินแคร์ที่ช่วยดูแลปัญหาสิวและรอยสิว พร้อมคืนความชุ่มชื้นให้ผิวดูเปล่งปลั่ง อย่าลืมเลือกสกินแคร์จาก Garnier นะ




7
มัดรวม 7 ไอเดียของขวัญปีใหม่ ที่ให้ความรู้สึกสุดพรีเมียม

กำลังมองหาของขวัญปีใหม่สุดพิเศษเพื่อมอบให้คนที่คุณรักหรือคนที่สำคัญอยู่ใช่ไหมคะ ของขวัญที่นอกจากจะแสดงความใส่ใจแล้ว ยังต้องดูดีมีระดับอีกด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ไอเดียของขวัญปีใหม่สุดพรีเมียม ที่รับรองว่าผู้รับต้องประทับใจแน่นอนค่ะ

1. นาฬิกาข้อมือแบรนด์หรู
  • เหตุผลที่น่าสนใจ : นาฬิกาเป็นมากกว่าเครื่องบอกเวลา แต่ยังเป็นเครื่องประดับที่แสดงถึงรสนิยมและสถานะทางสังคม
  • ข้อดี : มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์และแบรนด์ ตั้งแต่แบบคลาสสิกไปจนถึงสปอร์ต
  • ข้อควรพิจารณา : เลือกให้เหมาะกับสไตล์ของผู้รับ และพิจารณาถึงงบประมาณ

2. เครื่องหนังแท้
  • เหตุผลที่น่าสนใจ : เครื่องหนังแท้เป็นของขวัญที่ดูมีราคาและใช้งานได้จริง
  • ข้อดี : มีความทนทานและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • ตัวอย่าง : กระเป๋าหนัง, เข็มขัดหนัง, รองเท้าหนัง

3. เครื่องประดับจากวัสดุมีค่า
  • เหตุผลที่น่าสนใจ : เครื่องประดับเป็นของขวัญที่แสดงถึงความหมายและความประทับใจ
  • ข้อดี : มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น แหวน, สร้อยคอ, ต่างหู
  • ข้อควรพิจารณา : เลือกวัสดุที่ผู้รับชอบ เช่น ทองคำ, เพชร, หรืออัญมณีอื่นๆ

4. อุปกรณ์เทคโนโลยีรุ่นล่าสุด
  • เหตุผลที่น่าสนใจ : ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี
  • ข้อดี : มีฟังก์ชั่นที่ทันสมัยและใช้งานได้หลากหลาย
  • ตัวอย่าง : สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่, แท็บเล็ต, หูฟังไร้สาย

5. ประสบการณ์สุดพิเศษ
  • เหตุผลที่น่าสนใจ : เป็นของขวัญที่สร้างความประทับใจและความทรงจำที่ดี
  • ข้อดี : มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ทริปท่องเที่ยว, คอร์สเรียนทำอาหาร, บัตรเข้าชมคอนเสิร์ต
  • ข้อควรพิจารณา : เลือกกิจกรรมที่ตรงกับความสนใจของผู้รับ
นอกจากไอเดียที่กล่าวไปแล้ว การมอบของขวัญที่เกี่ยวกับการดูแลผิวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ยอดเยี่ยม เพราะทุกคนต่างต้องการมีผิวพรรณที่สวยใสสุขภาพดี ของขวัญประเภทนี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกใจและใช้งานได้จริงอย่างแน่นอน

6. เซตสกินแคร์หรูหรา
  • เหตุผลที่น่าสนใจ : เซตสกินแคร์มักมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดในแพ็กเกจจิ้งที่สวยงาม หรืออาจจะเป็นครีมซองเซเว่น  แบบจัดเซ็ท ทำให้ผู้รับรู้สึกพิเศษ และช่วยลดปัญหาผิวได้เช่น ผิวแห้ง ระคายเคือง สิวอุดตัน
  • ข้อดี: ครบครันทั้งทำความสะอาด บำรุง และปกป้องผิว

7. ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตามสภาพผิว
  • เหตุผลที่น่าสนใจ: การเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงตามสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็น ไฮยาลูรอน หรือเซรั่มลดรอยสิว แสดงความใส่ใจและเข้าใจผู้รับ
  • ข้อดี: ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ตรงจุด

เคล็ดลับในการเลือกของขวัญปีใหม่
  • สังเกตความสนใจ : สังเกตว่าผู้รับชอบอะไรเป็นพิเศษ เพื่อเลือกของขวัญที่ตรงใจ
  • พิจารณางบประมาณ : กำหนดงบประมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง
  • ใส่ใจในรายละเอียด : หาของขวัญที่มีความหมายและเป็นส่วนตัว
  • ห่อของขวัญอย่างสวยงาม : ทำให้ของขวัญดูน่าสนใจยิ่งขึ้น
ทั้ง 7 ไอเดีย ทีไ่ด้แนะนำไป ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคล หวังว่าไอเดียเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการเลือกของขวัญปีใหม่นะคะ หรือถ้าหากกังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบ ก็แนะนำให้พาไปซื้อด้วยตัวเองเลย จะเป็นทางออกที่ดีและง่ายที่สุดค่ะ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการมอบของขวัญให้คนที่คุณรักนะคะ

8
จัดการสิวให้สิ้นซากด้วย 3 ไอเทมเด็ด! ผิวใสไร้สิวรอคุณอยู่

สวัสดีค่าสาวๆ หนุ่มๆ ทุกคน วันนี้ขอมาแชร์ประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับการต่อสู้กับเจ้าสิวตัวร้ายให้ฟังค่ะ ใครที่กำลังเผชิญปัญหาสิวเห่อ สิวอักเสบอยู่ บอกเลยว่าต้องฟังทางนี้! เพราะวันนี้เราจะมาป้ายยา 3 ไอเทมเด็ดที่ช่วยให้ผิวเราดีขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว

ปัญหาสิวหนักมาก!
ก่อนหน้านี้เราเป็นสิวเยอะมาก ทั้งสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวเสี้ยน ครบทุกแบบ! ลองใช้ผลิตภัณฑ์มาหลายตัวแล้วก็ยังไม่เห็นผล จนรู้สึกท้อแท้มาก เพราะสิวมันก็ไม่หายสักที ผิวหน้าก็ดูหมองคล้ำ ไม่สดใส เอาตรงๆ คือเสียความมั่นใจไปเยอะเลยค่ะ

3 ไอเทมปราบสิว ตัวช่วยชีวิต!
จนกระทั่งเพื่อนสนิทแนะนำ 3 ไอเทมเด็ดมาให้ลองใช้ ก็คือ

  • ไบรท์ คอมพลีท วิตามินซี เซรั่ม ครีม SPF 30 PA+++: ครีมลดรอยสิว ตัวนี้เราใช้เป็นประจำเช้า-เย็น ช่วยเรื่องลดรอยสิวได้ดีมาก ผิวดูใสขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้นด้วยนะ แถมยังมี SPF ปกป้องผิวจากแสงแดดอีกชั้นนึง
  • LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO+M: ครีมรักษาสิว ตัวนี้เหมาะกับคนเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ เพราะเค้ามีสารที่ช่วยลดการอักเสบของสิว และยังช่วยควบคุมความมันได้ดีด้วย ช่วยลดการเกิดสิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • EFFACLAR SERUM: เซรั่มลดรอยสิวตัวนี้เป็นเซรั่มบำรุงผิวที่ช่วยลดรอยแดง ลดรอยดำจากสิวได้ดี ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ เหมาะกับคนที่เป็นสิวเรื้อรังและมีรอยสิวเยอะ

ทำไมถึงเลือก 3 ตัวนี้?
  • ไบรท์ คอมพลีท วิตามินซี บูสเตอร์ เซรั่ม: เราเลือกตัวนี้เพราะอยากให้รอยสิวจางลงไวๆ และอยากให้ผิวหน้าดูสว่างใสขึ้น วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้นและปกป้องผิวจากมลภาวะ
  • LA ROCHE-POSAY EFFACLAR DUO+M:เราเลือกตัวนี้เพราะเป็นสิวอักเสบเยอะมาก และอยากควบคุมความมันบนใบหน้า ตัวนี้เค้ามีส่วนผสมของสารซาลิไซลิกแอซิด ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันของรูขุมขน
  • EFFACLAR SERUM:เราเลือกตัวนี้มาบำรุงผิวให้แข็งแรงขึ้น เพราะผิวที่แข็งแรงจะช่วยลดการเกิดสิวซ้ำได้ และยังช่วยให้รอยสิวจางลงเร็วขึ้นด้วย

ผลลัพธ์หลังจากใช้
หลังจากที่ได้ลองใช้ 3 ตัวนี้มาสักพัก ผิวหน้าของเราดีขึ้นมากเลยค่ะ สิวอักเสบยุบลงเร็วมาก รอยแดงรอยดำก็จางลงด้วย ผิวดูสุขภาพดีขึ้น เรียบเนียนขึ้น รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ


เคล็ดลับเพิ่มเติม
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด: การทำความสะอาดผิวหน้าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก ช่วยขจัดสิ่งสกปรกและเมคอัพออกจากผิวหน้า
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม: ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ใช้ครีมกันแดด: แม้ว่าจะอยู่บ้านก็ควรทาครีมกันแดด เพราะแสงแดดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รอยสิวจางช้าลง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ:การพักผ่อนให้เพียงพอจะช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง
  • ดื่มน้ำให้มากๆ:การดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและดูสุขภาพดี
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์:อาหารที่มีประโยชน์จะช่วยบำรุงผิวจากภายใน

สรุป
3 ไอเทมนี้เป็นตัวช่วยชีวิตเราจริงๆ ค่ะ ใครที่มีปัญหาสิวเหมือนเรา ลองไปตำตามกันได้เลยนะ รับรองไม่ผิดหวัง! แต่ก่อนใช้ก็อย่าลืมอ่านส่วนผสมและทดสอบอาการแพ้ก่อนนะจ๊ะ


9
ชี้เป้าเซรั่มสุดฮิต ซ้ำไม่ซ้ำต้องลองให้รู้ :-*

เจอแล้วค่า เซรั่มที่จริงใจใช้แล้วดี ใช้แล้วปัง ไม่จึ้งไม่หยุดใช้ กับเซรั่มสุดฮิตตัวดัง กระแสมาแรงติดทุกเทรนด์ในตอนนี้ เป็นสกินแคร์ที่เหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์คอนเฟิร์มว่าปังแบบสุด ๆ เทรนด์สาวรักตัวเองกำลังมาแรง สำหรับสาว ๆ ที่กำลังหันมาดูแลตัวเอง บอกเลยค่ะว่าพลาดไม่ได้เพราะเซรั่มเหล่านี้กู้ผิวสวย สร้างผิวใส พร้อมเปล่งประกายตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้ แถมพร้อมสยบทุกปัญหาผิว ผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ก็ใช้ได้ ลองแล้วต้องยกให้เป็นสกินแคร์ลูกรักแน่นอนค่า

เซรั่ม ที่ซ่อนความปัง เพียงข้ามคืนจาก L’oreal ในสูตร รีไวทัลลิฟท์ ไฮยาลูรอนิค แอซิด ออยล์ คอนโทรล ไนท์ เซรั่ม ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวมัน ผิวผสม และรูขุมขนกว้าง สูตรนี้มีส่วนผสมจากการผสมผสานอย่างลงตัวจาก ซาลิไซลิก แอซิด 2% + ไฮยาลูรอนิค แอซิด ส่วนผสมที่มีประสิทธิภาพเข้มข้น ช่วยให้ผิวดูอิ่มเด้ง ลดเลือนริ้วรอย ที่สำคัญความพิเศษอยู่ตรงที่สามารถควบคุมความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งตึงเลยค่ะ พิสูจน์แล้วทางจากคลินิก พบว่าลดปัญหาหน้ามันได้ 61%  รูขุมขนดูเล็กลง และให้ความชุ่มชื้นแบบล้ำลึก ตัวนี้สามารถใช้ได้ทุกครั้งหลังล้างหน้า ยิ่งใช้อย่างสม่ำเสมอจะทำให้ประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้นค่ะ บอกเลยว่าตัวนี้สาว ๆ ที่ผิวมัน ผิวผสม ต้องมีไว้ติดบ้านเลยค่ะเพราะของเขาดีจริง

เปิดตัวเซรั่ม ไอเท็มใหม่จาก Kiehl’s เป็นสูตรเพียว (Ultra Pure High-Potency) ที่มีส่วนผสมถึง 10 ชนิด โดยสูตรใหม่นี้มีทั้งหมด 3 สูตร สำหรับตัวนี้เป็นเซรั่มสูตร Ultra Pure High-Potency Glycolic Acid 9.8% สูตรสีแดง ตัวนี้คุณสมบัติปังมากแบบสุด ๆ เลยค่ะ เป็นตัวที่ช่วยปรับผิวให้เนียน ดูโกลว์ใส และยังช่วยกระชับรูขุมขน ด้วย Acid 9.8% เป็นตัวที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เผยผิวใหม่ให้ดูกระจ่างใสและสีผิวสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้น เนื้อสัมผัสเป็นเซรั่มเนื้อใส บางเบาและซึมไวมาก ๆ ใช้เซรั่มตัวนี้ในขั้นตอนดูแลผิวหน้าหลังอาบน้ำเวลากลางคืน เป็นช่วงที่ดีในการผลัดเซลล์ผิวสุด ๆ ค่ะ เซรั่มตัวนี้เป็นตัวช่วยสำหรับคนที่อยากหน้าเนียน ดูโกลว์ ยิ่งใช้ควบคู่กับสกินแคร์ตัวอื่น ๆ จะยิ่งช่วยให้ผิวหน้าฉ่ำวาว เนียนและใสมากขึ้นอย่างแน่นอนค่า

ตัวเด็ด ตัวดัง ในตำนาน กับ มอยเจอร์ไรเซอร์ จาก Kiehl’s สูตร Facial cream เป็นไอเท็มที่กู้ผิวขั้นสุด ใครผิวแห้ง ผิวอ่อนแอ ผิวบอบบาง ฝากชีวิตไว้กับไอเท็มนี้ได้เลยค่ะ เพราะว่าครบจบในตัวเดียวจริง ๆ บอกเลยว่าดีมาก กอไก่ล้านตัว ถ้าได้ลองแล้วมีติดใจ เหมาะกับทุกสภาพผิว เป็นครีมที่ดูแลตรงจุดมาก ใครแต่งหน้าแล้วรู้สึกหน้าแห้งแต่งหน้าไม่ติดทน ทาตัวนี้ก่อนลงเมคอัพบอกเลยค่ะว่าจึ้ง การเตรีมผิวที่ดีก่อนแต่งหน้าบอกเลยว่าถ้ามากจากเซรั่มตัวนี้ ไม่มีผิดหวังแน่นอน สำหรับเนื้อสัมผัสเป็นเนื้อครีมที่เข้มข้น แต่บางเบาทาแล้วไม่หนักหน้า ไม่รบกวนเมคอัพ แถมไม่เป็นขุยอีกด้วย ใครแพ้ง่ายหมดห่วงได้เลยค่า เพราะตัวนี้ไม่มีน้ำหอม ไม่แต่งกลิ่น ไม่มีแอลกอฮอล์ ใครยังไม่มีต้องรีบไปตำด่วนเลยค่า

10
บอกลาผมร่วง ผมบางกับตัวช่วยสำคัญ :-*

ทางนี้เลยค่า ตัวช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในการดูแลและเพิ่มความมั่นใจ หลาย ๆ คน อาจไม่มั่นใจกับผมบาง มัดผมแล้วเห็นหนังศรีษะอย่างชัดเจน หรือผมร่วงติดหวีเป็นกำทุกครั้ง ขอฝากผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ในรูปแบบที่ครบจบในขวดเดียว มีการพิสูจน์แล้วว่าเห็นผลจริง คอนเฟิร์ม เพิ่มผมหนา ลดผมร่วง บอกลาปัญหากวนใจหลังสระผมไปได้เลยค่ะ รับรองว่าฟาร์มผมไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอนค่า

มากันที่ตัวแรกเลยค่ากับเซรั่มตัวช่วยเรื่อง ผมบาง สำหรับคนที่มีปัญหา ผมลีบผมบาง หลุดร่วงและขาดง่าย ตัวนี้ถูกคัดกรองอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับคนแพ้ง่ายด้วยค่ะ เพราะว่าเป็น สูตร SILICONE FREE, PARABEN FREE, COLORANT FREE มาพร้อมกับ 3 สเต็ปเพิ่มความหนาให้กับผม ทั้งเพิ่มความหนา คืนวอลลุ่ม บำรุงผมศรีษะ การันตีผมดูหนาขึ้นภายใน 6 สัปดาห์ กับผลลัพธ์สุดจึ้งพิสูจน์แล้วว่าผมใหม่ดูหนาขึ้นกว่าเดิม และมีวอลลุ่ม สร้างฟาร์มผมได้ง่าย ๆ ที่บ้านกับผลิตภัณฑ์ขาก Vichy ไม่ลองถือว่าพลาดแล้วค่ะนาทีนี้ ต้องไปตำด่วน แล้วจะเห็นผลลัพธ์สุดจึ้ง ยิ่งใช้คู่กับแชมพูจะเห็นผลเร็วแบบทันตาเลยค่า

แชมพูตัวแม่ ตัวดัง ตัวที่ถูกพูดถึงกันว่าเห็นผลลัพธ์จริง แล้วก็ใช้ดีสุด ๆ เป็นไอเท็มที่ควรมีติดห้องน้ำกันเลยทีเดียวค่ะ กับ แชมพูลดผมร่วง จาก Vichy สูตร DERCOS ENGERY+ AMINEXIL SHAMPOO พิสูจน์แล้วว่าลดปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้จริง การันตีเลยค่ะว่าใช้ 3 สัปดาห์ขึ้นไปเห็นผลลัพธ์แบบทันตา แบบที่ไม่รู้ตัวเลยว่าผมหนาขึ้นแล้วร่วงน้อยลงมาก ราคาที่บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก คุ้มค่าแก่การลงทุน เพราะผมยิ่งหนา ยิ่งทำให้ดูดีขึ้นมาก ๆ ค่ะ ปริมาณต่อขวดก็ให้เยอะมาก ๆ 1 ขวดสามารถใช้ได้ถึง 1 เดือนเต็ม ๆ ใครไม่ชอบกลิ่นที่แรงตัวนี้กลิ่นไม่แรงเลยค่ะ เพราะเป็นกลิ่นหอมอ่อน ๆ หลังใช้จะรู้สึกว่าผมสะอาดมาก ไม่มัน ไม่คันหัวเลยค่ะ ใครหัวมันเอาอยู่

11
ส่องครีมทาผิว ตัวไหนเด็ด ตัวไหนปัง ;D

มัดรวม ครีมทาผิวและโลชั่น ที่จะมาเติมน้ำให้กับผิวพร้อมส่วนผสมที่คอนเฟิร์มการดูแลผิวแบบขั้นสุดจากแบรนด์ดัง ใครกำลังมองหาครีมทาผิวหรือโลชั่นสักตัว แม้อากาศจะร้อนก็ไม่เยิ้มไม่เหนียว ที่นี่เลยค่าเรามีคำตอบให้กับทุกคน พร้อมคัดสรรคุณภาพและผลลัพธ์ที่ดี เพราะการดูแลผิวพรรณช่วยให้เราดูดีและสวยขึ้นแบง 300% เลยค่า สำคัญมาก ๆ ไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยเพียงเท่านั้นเพราะยังช่วยบำรุงด้วยน้า

มากันที่ตัวแรกเลยค่า ครีมทาผิว ยอดนิยม ฮิตมากติดเทรนเบอร์หนึ่ง จาก เซราวี เป็น มอยเจอร์ไรซิ่ง ครีม ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากถึงมากที่สุด  เหมาะสำหรับใครที่ผิวแห้ง-ผิวแห้งมาก ใครแพ้ง่ายไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เพราะเภสัชกรแนะนำ แพ็คเกจมาในรูปแบบกระปุกจุใจ ครีมแน่นแบบจุก ๆ เนื้อสัมผัสแบบเนียนนุ่มมากไม่เหนอะหนะ ต้องลองแล้วจะติดใจเลย แถมซึมลงผิวแบบเร็วขั้นสุด ตัวนี้มีเซราไมด์สกัดจากพืชถึง 3 ชนิดที่จำเป็นต่อผิว ซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วค่ะว่า เป็นเซราไมด์ที่ขาดหายไปในผิวที่มีปัญหาแห้ง ช่วยเติมความฉ่ำให้กับผิว สร้างความชุ่มชื้นที่ยาวนานอิ่มน้ำ ตัวนี้ใช้ได้นานมากเลยค่ะ ผิวแห้งแตกลายนึกถึงครีมอะไรไปไม่ได้นอกจาก เซราวี ตัวนี้เลยค่า

ใครสายโลชั่นทางนี้เลยค่า สำหรับใครที่รู้สึกว่าชอบเนื้อสัมผัสที่บางเบากว่าต้องนี่เลยค่ะ โลชั่นผิวแห้ง โลชั่นที่ถึงเนื้อจะเบาบางแต่ให้ความชุ่มชื้นแบบเต็มแมกซ์ยาวนานถึง 24 ชั่วโมง ที่สำคัญไม่มีน้ำหอม ไม่อุดตันผิว ใครผิวแพ้ง่ายไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เนื้อสัมผัสบางเบามาก เกลี่ยง่าย ซึมไว แนะนำว่าเพื่อประสิทธิภาพขยันทาทุกวันนะคะ ผิวชุ่มชื้นลืมภาพจำผิวแตกแห้งขุยไปได้เลยค่า ไม่มีไม่ได้แล้วค่าบอกเลยว่าตัวนี้ เกิดมาเพื่อคนผิวแห้งที่แท้ทรูสุด ๆ ตัวนี้บอกเลยค่ะว่าเป็นลูกรักของใครหลาย ๆ คนมาก ใครยังไม่มีต้องรีบไปตำนะคะ แล้วจะมีโลชั่นลูกรักตัวใหม่เลยค่า

ใครผิวแห้งหนักมาก เชิญทางนี้เลยค่า กับ La Roche Posay Lipikar Baume AP+M ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว ตัวนี้เอาอยู่หมัด ผิวแห้ง แค่ไหนก็เอาอยู่ เนื้อครีมแน่นมาก เข้มข้น และเนื้อค่อนข้างแน่น ไม่มีกลิ่นไม่มีน้ำหอม ซึมง่าย ชุ่มชื้น เหมาะมาก ๆ เลยค่ะสำหรับคนที่ต้องการความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน ใครมีแพลนเที่ยวต่างประเทศอากาศหนาว ๆ ติดลบแค่ไหน บอกเลยค่ะว่าเอาอยู่ เวิร์คแน่นอนไม่แห้ง ไม่คัน หลังใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะเห็นผลลัพธ์ 99% ที่ผิวนุ่มมากขึ้นและเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น รับประกันแน่นอนตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลยค่ะว่าผิวชุ่มชื้นขึ้นทันตาสุด ๆ เป็นครีมที่คู่ควรแก่การซื้อ คุ้มค่ากับประสิทธิภาพที่ได้มาก ๆ

12
ทำไมถึงควรใช้เรตินอลช่วยดูแลผิว และเลือกตัวไหนดีให้ตอบโจทย์ 8)

ช่วงนี้ต้องบอกว่าสกินแคร์อย่างเรตินอลมาแรงมาก เพราะเป็นตัวช่วยในการแก้ไขปัญหาผิวหน้าให้กลับมาดูดีขึ้น โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ใบหน้าหย่อนคล้อย ยิ่งสาวๆที่เข้าใกล้วัยสามสิบแล้ว มีเรื่องต้องให้กังวล หรือความเครียด มลภาวะต่างๆ ก็ยิ่งเป็นสาเหตุของผิวที่ทำให้มีปัญหาได้ง่ายเช่นกัน อย่าปล่อยให้ผิวของคุณถูกทำร้ายไปยิ่งกว่านี้ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของเรตินอลที่จะช่วยสาวๆในการดูแลผิว สยบปัญหาผิวต่างๆ ให้ดีขึ้น โดยเลือกมาทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน นั่นก็คือ เรตินอลเซรั่มจากคีลส์ หรือเซรั่มช่วยลดจุดด่างดำ และเซรั่มลดริ้วรอยจากลอรีอัล ปารีส ซึ่งสกินแคร์เหล่านี้มีส่วนช่วยในการดูแลปัญหาผิว ดูแลริ้วรอยโดยเฉพาะ อย่าช้า ตามมาดูกันเลย

สาวๆรู้ไหม ทำไมเรตินอลจึงเป็นที่นิยมในการนำมาใช้แก้ไขปัญหาผิวหน้ายุคนี้ นั่นเพราะว่าเรตินอลมีคุณสมบัติที่ช่วยดูแลปัญหาที่หลากหลาย และเรตินอลตัวแรกที่อยากจะแนะนำคือ เรตินอลเซรั่ม จากคีลส์ (Kiehl’s) อย่าง Retinol Skin-Renewing Daily Micro-Dose Serum หรือเรตินอลขวดม่วงสุดโด่งดัง เป็นเรตินอลเนื้อเซรั่มที่ช่วยลดเลือนริ้วรอย ให้ผิวของสาวๆอ่อนเยาว์ใน 2 สัปดาห์ เพราะเข้ามายกกระชับผิวให้เต่งตึงขึ้น ผิวเรียบเนียนละเอียดขึ้น ล่องลึกต่างๆก็ตื้นขึ้นด้วย และเรตินอลขวดม่วงตัวนี้ เขาเป็นเรตินอลบริสุทธ์ มีส่วนผสมจากเซราไมด์ และเปปไทด์ที่จะช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้นอีกด้วย ใครที่กังวลเรื่องการใช้เรตินอลแล้วจะทำให้ผิวแห้ง หรือรู้สึกไม่สบายผิวก็หมดกังวลไปได้เลย เพราะตัวนี้เขาอ่อนโยนมากๆเลย ใครที่อยากเริ่มใช้เรตินอลดูแลผิวและยังไม่มีในใจขอฝากตัวนี้ไว้เป้นอีกทางเลือกของสาวๆ ใช้แล้วรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

วิธีใช้
  • ทาเรตินอลของคีลส์ปริมาณ 1 ปั๊ม แล้วทาให้ทั่วใบหน้าและบริเวณรอบดวงตา หากใครเริ่มใช้ใหม่ๆ สามารถทาได้เฉพาะเวลากลางคืน หรือหากใครที่ผิวไวต่อแสงหาทาในตอนกลงวันหรือช่วงเช้า อย่าลืมทาครีมกันแดดตามด้วยทุกครั้ง
  • ขนาด 30 มล. และขนาด 50 มล.

สำหรับสาวๆคนไหนที่มีปัญหาผิวเพิ่มเติมนอกจากเรื่องของริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย ไม่สดใส มีรอยดำเพิ่มมาด้วย เราจะขอแนะนำสกินแคร์อีกตัวจากแบรนด์คีลส์ นั่นก็คือ เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำ ตัวนี้เลย Clearly Corrective™ Dark Spot Solution ตัวช่วยเริ่มบูสต์ผิวให้กระจ่างใสขั้นสุด เพราะช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิวได้อย่างอยู่หมัด นอกจากนั้นยังทำให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ให้ผิวหน้าเรียบเนียน สม่ำเสมอขึ้น ปกป้องการเกิดรอยดำใหม่ๆได้ดีด้วย เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำตัวนี้ของคีลส์เขาไม่มีส่วนผสมของซิลิโคน ไม่ใช้พาราเบนเป็นวัตถุกันเสีย ไม่ใช้น้ำหอม ดังนั้นสาวๆที่ผิวแพ้ง่ายต้องเลิฟเซรั่มตัวนี้อย่างแน่นอน หรือใครที่ยังไม่ได้มีปัญหาผิว แต่อยากอัพผิวให้ไบรท์อยู่เสมอ เซรั่มลดจุดด่างดำตัวนี้ก็ถือว่าตอยโจทย์มากๆ หากใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ รับรองว่าหลงรักผิวใสๆของตัวเองอย่างแน่นอน
วิธีใช้
  • เซรั่มลดเลือนจุดด่างดำของคีลส์สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้า และตอนกลางคืน โดยใช้เป้นประจำอย่างต่อเนื่องในการช่วยลดตุดด่างดำ รอยดำ รอยแดงต่างๆ ทาเฉพาะจุด หรือทาทั่วหน้าก็ได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า
  • ขนาด 30 มล. , ขนาด 50 มล. และขนาด 100 มล.
ตามมาด้วย เซรั่มลดริ้วรอย ของ L'Oreal Paris นั่นก็คือ  L'OREAL Revitalift Pro-Retinol Anti-Wrinkle Serum เป้นเซรั่มลดริ้วรอยตัวใหม่จากลอรีอัล ปารีส ที่โดเด่นเรื่องการลดริ้วรอยแบบเห็นผลลัพธ์จึ้งมาก เรียกได้ว่าลอริ้วรอยแบบเส้นต่อเส้น ไม่ว่าจะริ้วรอยไหนบนใบหน้า ตัวนี้เก็บอยุ่หมด พร้อมเข้าไปลดริ้วรอยให้ตื้นขึ้นกลับมาผิวสวยเรียบเนียนขึ้น และเซรั่มตัวนี้เขาสามรถทาได้ที่จุดสำคัญบนใบหน้า เื่อตรงเข้าลดริ้วรอยแบบทันที ทั้งใบหน้าและลำคอ ด้วยส่วนผสมอันทรงพลังจากเรตินอลนั่นเอง แม้เราจะยังไม่มีริ้วรอย เมื่อวัยย่างก้าวเข้าใกล้เลขสามก็อย่างนิ่งนอนใจ เลือกใช้เซรั่มตัวนี้บำรุงผิวไว้กันด่วนๆจ้า

วิธีใช้
  • ทาเซรั่มลดริ้วรอยของ ลอรีอัล ปารีส ทาที่บริเวญใบหน้าและลำคอเป็นประจำ เพื่อลดริ้วรอยอย่างตรงจุด บอกลาผิวหย่อนคล้อย มีร่องลึก สู่ผิวสวยใส เรียบเนียนมากยิ่งขึ้น

หน้า: [1]
ลงประกาศฟรี โฆษณาฟรี ลงประกาศขายบ้านฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถ สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โปรโมทสินค้าฟรี เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google