แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 47
1
สินเชื่อเงินสด สินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD

เป็นปีที่หลายฝ่ายบอกตรงกันว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังน่าเป็นห่วง และน่าจะอยู่ในสภาพฟื้นตัวยาก แม้รัฐบาลจะแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะกระเตื้องขึ้นก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังขาดสภาพคล่องจากการใช้เงินในชีวิตประจำวัน หลายคนมีการหยิบยืม กู้หนี้ ยืมสิน เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนอย่างเพียงพอ ดังนั้น เงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยในอัตราที่เหมาะสมที่สุดก็เห็นจะเป็นสินเชื่อเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เป็นต้น ส่วนใครที่กำลังคิดจะกู้เงินนอกระบบ ให้เลิกคิดไปได้เลยนะคะ เพราะถ้าใครยังคิดถึงเงินกู้นอกระบบอยู่อาจจะต้องเจอกับดอกเบี้ย และการทวงหนี้แบบโหดๆ แน่นอนค่ะ (ในปัจจุบันมีกฎหมายทวงถามหนี้ใหม่ออกมาแล้วนะคะ ติดตามดูรายละเอียดได้ที่ "กฎหมายทวงถามหนี้ใหม่" 9 เรื่องต้องรู้ จะได้ไม่โดนทวงหนี้แบบโหดๆ)

วันนี้จะถือโอกาสนี้นำเสนอสินเชื่อพร้อมใช้มาเป็นตัวช่วยให้กับเพื่อนๆ อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับเงินกู้แบบ "บัตรกดเงินสด" ซึ่งเป็นสินเชื่อเงินกู้ที่ใช้กดเงินสดจากตู้ ATM ตามจำนวนเงินที่ได้รับอนุมัติจากสถาบันการเงินเจ้าของบัตร โดยจะเป็นการพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ "สินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD" เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทาง KTC นำเสนอว่าเป็นสินเชื่อที่ตอบทุกความภูมิใจได้ทุกเมื่อ บัตรเดียวยืดหยุ่นกว่าเดิม ให้คุณใช้วงเงินสินเชื่อผ่านบริการเบิกถอนเงินสด และบริการแบ่งชำระ

แกะซองรีวิวรูปแบบความสวยงามของตัวบัตรสินเชื่อ

ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ส่งจากทางบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จ่าหน้าซองถึงเจ้าของบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD อย่างชัดเจน ในรูปแบบของจดหมายลงทะเบียน ต้องมีการเซ็นรับให้เรียบร้อย

ด้านหลังซองเอกสารสีน้ำตาลปิดมิดชิดเพื่อความปลอดภัยของเจ้าของบัตร ซ้ำด้วยการปิดเทปกาวมีข้อความระบุว่า "กรุณาปฏิเสธการรับหากชำรุดฉีกขาด PLEASE DO NOT ACCEPT IF SEAL IS BROKEN" สร้างความมั่นใจให้กับผู้รับว่าปลอดภัยแน่นอน!!

เอกสารด้านในซองสีน้ำตาลนี้จะประกอบไปด้วยคู่มือสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD (แผ่นแรกจากซ้าย), แผ่นโฆษณาประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองอุบัติเหตุ สำหรับสมาชิกใหม่ (แผ่นที่ 2 จากซ้าย), บัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD ที่ติดมากับเอกสารแผ่นพับ 3 ท่อนโดยจะติดตัวบัตรกับแผ่นเอกสารด้วยแถบเทปกาวใส พร้อมกับวิธีและขั้นตอนการเปิดใช้บัตร (แผ่นที่ 3 นับจากซ้าย), ซองรายละเอียดการโอนเงินเข้าบัญชีสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD (แผ่นที่ 4 นับจากซ้าย)
ความสวยงามของตัวบัตรสินเชื่อ
เปิดตัวบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD ด้วยโทนสีเทา-ขาว ถูกใจคนที่ชอบความเรียบหรู ขนาดเท่ากับบัตรเครดิตหรือบัตร ATM ทั่วไป

ตำแหน่งต่างๆ ในบัตร

 ชื่อบัตร KTC PROUD (ภาพโลโก้บนบัตรกดเงินสด) มุมซ้ายด้านบน
 แผ่นชิพประจำบัตร
 หมายเลขบัตร KTC PROUD (Cardholder Number) สำหรับใช้ในการติดต่อกับบริษัทฯ
 ชื่อ-สกุลผู้ถือบัตร (Cardholder Name)
 เดือน / ปี ที่บัตรหมดอายุ (Expiry Month / Year)

 แถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip)
 แถบลายเซ็น ควรเซ็นชื่อบนแถบด้านหลังบัตรด้วยปากกาลูกลื่น (Signature Space)
 แจ้งกรรมสิทธิ์ของบัตรนี้เป็นของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โดยผู้ถือบัตรจะต้องปฏิบัติการเงื่อนไขของบริษัทฯ เท่านั้น
 ตัวเลข 3 หลัก สำหรับตรวจสอบยืนยันบัตร
 ภาพโลโก้บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTC มุมขวาด้านล่าง
ขั้นตอนการเปิดใช้บัตรสินเชื่อ
หลังจากที่ได้รับบัตรเรียบร้อยแล้ว เราจะต้องทำการเปิดใช้บัตรก่อนการใช้งานด้วยช่องทาง ดังนี้นะคะ

ติดต่อ 0-2660-4999 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ทำการเปิดบัตรผ่านโมบายแอปพลิเคชั่น TapKTC ดาวน์โหลดได้ทั้ง App Store และ Google Play

หลังจากที่เราทำการเปิดบัตรแล้ว จะสามารถใช้งานบัตรได้ทันทีค่ะ

คุณสมบัติเด่นของบัตรสินเชื่อ
สินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD เป็นบริการเงินสดหมุนเวียนที่พร้อมให้เพื่อนๆ จัดการชีวิตได้อย่างลงตัว ที่ตอบโจทย์ด้วยเงินโอนก้อนแรกเข้าบัญชีธนาคาร พร้อมรับบัตรกดเงินสดเพื่อเพิ่มความคล่องตัว สะดวกสบายกับการเบิกถอน ให้ท่านใช้จ่ายทุกความต้องการอย่างมั่นใจและอุ่นใจทุกครั้งเพราะเสมือนมีเงินสำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมคุ้มค่ากับการแบ่งชำระสินค้า/บริการผ่าน  ณ ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

1 บัตร 2 การใช้งาน
1. เบิกถอนเงินสดตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ตู้ ATM ทั่วประเทศ
อนุมัติรับเงินทันใจ รับเงินโอนเข้าบัญชีภายในวันที่ได้รับการอนุมัติ เมื่อใช้บัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงเทพ ในการรับเงินโอน และได้รับการอนุมัติภายใน 16.00 น.
สะดวก เที่ยงวันยันเที่ยงคืน ทำการเบิกถอนเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ ATM ทุกเครื่องทั่วประเทศ หรือเบิกถอนเงินสดออนไลน์ ผ่านบริการออนไลน์ เข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย
ภาระไม่หนักเกินไป ชำระขั้นต่ำได้ สามารถชำระค่างวดขั้นต่ำต่อเดือนเพียง 3% ของยอดที่เรียกเก็บ แต่ไม่ต่ำกว่า 300 บาท
ยิ่งใช้ ยิ่งได้ รับคะแนนสะสม  ใช้แลกแทนค่างวด ดอกเบี้ยฯ หรือสินค้าและบริการ ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ (ยกเว้นบริการแบ่งชำระ FLEXI จะไม่ได้รับคะแนนสะสม
กดเงินได้เต็มวงเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากตู้ ATM ทุกธนาคาร ทั้งนี้ การเบิกถอนเงินสดให้เป็นไปตามรายละเอียดด้านล่าง

- เบิกถอนขั้นต่ำ 500 บาท ต่อครั้ง
- จำนวนครั้งในการเบิกถอน สูงสุด 5 ครั้ง ต่อวัน
- จำนวนเงินที่เบิกถอนได้สูงสุด 100,000 บาท ต่อวัน
ชำระค่างวด วงเงินเข้าทันที เมื่อชำระที่ธนาคารกรุงไทย หรือที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสใน 7-Eleven วงเงินจะคืนกลับ และสามารถเบิกถอนเงินสดได้ทันที
2. แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด 36 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ
คว้าทุกความต้องการได้ทันที ด้วยบริการแบ่งชำระ  ด้วยอัตราดอกเบี้ยฯ 0% หรือแบ่งชำระได้นานสูงสุด 36 เดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ ตัวอย่างสินค้าที่ร่วมรายการก็ถือว่าไม่น้อย เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป ที่มีป้าย KTC PROUD
 
การใช้บัตรสินเชื่อ
ต้องใช้บัตรคู่กับรหัสประจำตัว (PIN) ที่ทางบริษัทเจ้าของบัตรให้มา โดยสามารถทำรายการ ได้ดังนี้
เบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมในการเบิกถอนเงินสด
ต้องรู้และตกลงว่ารายการใช้จ่ายใดๆ และ/หรือการเบิกถอนเงินสดเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศจะถูกเรียกเก็บเป็นเงินบาทไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ KTC ถูกเรียกเก็บจากบริษัทบัตรเครดิตที่ KTC เป็นสมาชิกอยู่ ณ วันที่มีการเรียกเก็บยอดค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับ KTC ทั้งนี้ หากสกุลเงินต่างประเทศดังกล่าวไม่ใช่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ยอดค่าใช้จ่าย และ/หรือยอดเบิกถอนเงินสดดังกล่าวอาจจะถูกแปลงเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐก่อนที่จะทำการแปลงเป็นสกุลเงินบาท เพื่อเรียกเก็บกับ KTC ท่านสามารถตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อใช้ในการอ้างอิงเบื้องต้นได้จาก : บัตร VISA
นอกจากนี้ จะต้องรับทราบและตกลงให้ KTC คิดค่าความเสี่ยงจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวในอัตราไม่เกินร้อยละ 2.0 จากยอดค่าใช้จ่าย และ/หรือยอดเบิกถอนเงินสดที่เกิดขึ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากการแปลงสกุลเงินดังกล่าวข้างต้น ตรวจสอบวิธีการคำนวณเบื้องต้น

ตรวจสอบยอดคงเหลือในบัญชีของท่าน ผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
เปลี่ยนรหัสประจำตัวของท่าน ผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย
บริการแบ่งชำระ  ในอัตราดอกเบี้ย 0% หรือเริ่มต้น 0.99% ต่อเดือน ณ ร้านค้าที่ร่วมรายการ (กรณีนี้ไม่ต้องใช้รหัสประจำตัว หรือ PIN)
บริการเบิกถอนเงินสดออนไลน์ผ่าน Click KTC / Tap KTC (กรณีนี้ไม่ต้องใช้รหัสประจำตัว หรือ PIN)

วิธีการดูแลและรักษาบัตรสินเชื่อ
เราควรดูแลและรักษาบัตรสินเชื่อของตัวเอง ดังนี้
ตรวจสอบความถูกต้องของชื่อ และหมายเลขบัตร
ลงลายมือชื่อในช่องลายเซ็นด้านหลังบัตรทันทีเมื่อได้รับบัตรใหม่หรือบัตรทดแทน
ระวังไม่ให้บัตรพับงอ หรือแถบแม่เหล็กถูกขูดขีด หรือสัมผัสความร้อน หรือที่ที่มีความชื้นและอุณหภูมิสูง
ไม่ควรเก็บบัตรซ้อนกับบัตรอื่นๆ ที่มีแถบแม่เหล็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลในแถบแม่เหล็กคลาดเคลื่อน
ไม่ควรเก็บบัตรและรหัสไว้ในที่เดียวกัน และไม่ควรอนุญาตให้บุคคลอื่นนำบัตรและรหัสของท่านไปใช้
สิ่งที่ต้องทำเมื่อบัตรสูญหายหรือถูกขโมย และการออกบัตรใหม่ทดแทน
ในกรณีที่เราทำบัตรหาย หรือบัตรถูกขโมย ต้องแจ้งไปที่ศูนย์บริการสมาชิก KTC Phone 0-2665-5000 เพื่ออายัดบัตรและระงับการใช้บัตรดังกล่าว โดย KTC จะทำการระงับการให้บริการบัตรเบิกถอนเงินสดภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 นาที นับแต่เวลาที่ KTC ได้รับแจ้งและเราไม่ต้องรับผิดชอบในภาระหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว พร้อมกันนี้สามารถขอออกบัตรใหม่ทดแทนได้ โดยทาง KTC จะดำเนินการจัดส่งบัตรใหม่และรหัส (PIN) ให้ตามที่อยู่ที่เราเคยแจ้งไว้กับ KTC กรณีที่เจอบัตรในภายหลัง เราจะไม่สามารถนำบัตรไปใช้ได้อีก และกรุณาตัดหรือทำลายบัตรนั้นๆ ทิ้งทันที
บัตรชำรุดต้องทำยังไง?
เมื่อบัตรของเราเกิดชำรุด หรือมีปัญหาในการใช้ เราต้องติดต่อไปที่ KTC ทุกสาขา เพื่อดำเนินการเปลี่ยนบัตรใหม่ได้เช่นกัน
บัตรสินเชื่อหมดอายุ จะมีการต่ออายุบัตรอย่างไร?
บัตรสินเชื่อที่เราได้มานั้นจะมีกำหนดอายุใช้งาน 5 ปี นับจากวันที่ออกบัตร โดย KTC อาจออกบัตรต่ออายุ และดำเนินการจัดส่งให้ตามที่อยู่ที่เคยแจ้งไว้ ประมาณ 1 - 2 เดือนก่อนบัตรเก่าหมดอายุ อย่างไรก็ดี การพิจารณาต่ออายุบัตรหรือไม่นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของ KTC โดยฝ่ายเดียวและไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เมื่อเราได้รับบัตรใหม่แล้วให้ตัดบัตรเก่าออกเป็น 2 ท่อน เพื่อป้องกันการสับสนและบุคคลอื่นที่อาจนำบัตรเก่าของเราไปใช้ และถ้าเราต้องการแจ้งบอกเลิกการใช้บัตร จะต้องแจ้ง KTC ผ่านศูนย์บริการสมาชิก KTC Phone 0-2665-5000 เพื่อทำการยกเลิกบัตร
วิธีการคำนวณดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมต่างๆ ของสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD
กรณีการเบิกถอนเงินสดผ่านเครื่อง ATM บริการยอดเงินโอนก้อนแรก หรือบริการเบิกถอนเงินสดออนไลน์ แบบชำระขั้นต่ำ KTC จะคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินเป็นรายวัน จากจำนวนเงินที่เบิกถอนรวมกับจำนวนเงินที่ยังค้างชำระอยู่ (ถ้ามี) ตามอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินที่ KTC แจ้งในจดหมายยืนยันอนุมัติวงเงิน (Approval Letter) หรือในอัตราที่ระบุในตารางการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายของ KTC ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต กรณีบริการแบ่งชำระค่าสินค้า / บริการ  หรือบริการเงินก้อนผ่อนเป็นงวด KTC จะคำนวณดอกเบี้ยตามระยะเวลาแบ่งชำระที่เลือก
ลำดับการหักยอดบัญชีที่บริษัทเรียกเก็บจากยอดเงินชำระของสมาชิก
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ
เงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมการใช้วงเงินสำหรับบริการเบิกถอนเงินสด และบริการแบ่งชำระ โดยหักยอดผิดนัดชำระ ยอดเรียกเก็บ และยอดที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ (ถ้ามี) ตามลำดับ

ข้อเด่นของบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD
KTC โอนเงินก้อนแรกเข้าบัญชีให้ก่อนโดยไม่ต้องกดจากบัตรสินเชื่อ
ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรรายปี
สะดวกในการใช้ และสามารถพกพาไปใช้ได้ทุกที่ โดยเฉพาะในยามฉุกเฉิน

ข้อด้อยของบัตรสินเชื่อพร้อมใช้ KTC PROUD
สินเชื่อบัตรพร้อมใช้ KTC PROUD นี้ ต้องเสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมเลย เนื่องจากมีการโอนเงินก้อนแรกเข้าบัญชีให้ใช้ก่อน (ซึ่งต่างจากสินเชื่อบัตรกดเงินสดทั่วไป ที่จะเสียดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมก็ต่อเมื่อมีการกดเงินสดออกมาใช้)
สินเชื่อประเภทนี้ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง ปัจจุบันอยู่ที่ 28% ต่อปี

2
ชุดปฏิบัติธรรม ชุดแม่ชี เราเป็น โรงงานผลิตโดยตรง
ตัดเย็บปราณีต ทรงสวย เรียบหรู ดูสง่างดงาม
ผลิตจาก ผ้าฝ้ายแท้ 100% เกรดพรีเมียม

ชุดปฏิบัติธรรม ชุดขาวไปวัด ชุดแม่ชี
– ราคาแยกรายชิ้น –
ทอย้อมจากโรงงานอุตสาหกรรมชั้นดี
พร้อมส่งทุกไซส์
(กรณีสั่งตัดไซส์พิเศษ รอผลิต 7-10 วัน)
จัดส่งฟรี‼ เมื่อลูกค้าโอนชำระ
มีบริการเก็บเงินปลายทาง (+ตัวละ 10.-)

รับตัดชุดขาวไซส์ใหญ่พิเศษ
หมดกังวล หาไซส์ไม่ได้ ทางร้านเป็นโรงงานผลิตโดยตรง
สามารถสั่งตัดชุดได้ตามความต้องการ รอผลิต 7-10 วันทำการ

ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ

สัมผัสประสบการณ์ใหม่
จากผ้าฝ้ายแท้ 100%
 นุ่มสบาย ไม่ร้อน ไม่ระคายคือง
ใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การคัดสรรเนื้อผ้า
การตัดเย็บ รวมไปถึงการจัดส่งแบบปกติ
และจัดส่งเร่งด่วน (Kerry EMS Grab)

ชุดขาวปฎิบัติธรรม ชุดขาวหญิง ชุดแม่ชี คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด

ชุดปฎิบัติธรรมชาย คุณภาพ
เน้นคุณภาพใส่ใจทุกขั้นตอน ตัดเย็บงานผ้าฝ้ายคุณภาพ (cotton 100%)
สวมใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดี ไม่อึดอัด


ร้านอริยทรัพย์ ชุดขาวปฏิบัติธรรม
เบอร์มือถือ :  092-926-4142 , 063-289-5356
Facebook : ชุดขาวปฎิบัติธรรม อริยทรัพย์
Instagram : ariyasub.shop
ID Line : @ariyasub (มี@)
เว็บไซด์: https://ariyasub99.com/
สนใจตัดชุดขาวไซซ์พิเศษ ติดต่อมาได้เลยค่ะ







3
ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเสียงดัง
ในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานหรือสถานประกอบกิจการที่มีปัญหาด้านเสียงเกินค่ามาตรฐาน อาจสร้างผลกระทบทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานต่อพนักงานในโรงงานเอง หรืออาจก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมที่อยู่ด้านนอกโรงงาน หากเจ้าของแหล่งกำเนิดเสียงหรือผู้เกี่ยวข้องปล่อยปละละเลย ไม่จัดทำโครงการควบคุมเสียงหรือแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่สำเร็จ จะทำให้มีผลกระทบตามมา เช่น
•   เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายด้านเสียง มีทั้งโทษปรับและจำคุก
•   ลูกจ้างอาจเกิดภาวะสูญเสียการได้ยินแบบชั่วคราวหรือแบบถาวร
•   ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานลดลงจากเสียงเกินค่ามาตรฐาน
•   ถูกร้องเรียนจากชุมชนหรือผู้ได้รับผลกระทบทางเสียงที่อยู่นอกโรงงาน
•   โรงงานหรือสถานประกอบกิจการอาจถูกสั่งปิดปรับปรุง จนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

ทำไมต้องใช้บริการจาก
“NEWTECH INSULATION” ในการควบคุมเสียง?
ด้วยประสบการณ์กว่า 15 ปี ในการควบคุมเสียงอุตสาหกรรม เรามีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรเฉพาะทางที่มีความรู้ด้านเสียงและความสั่นสะเทือน เครื่องมืออันทันสมัยที่ได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาเสียงอุตสาหกรรมที่มีทั้งในและต่างประเทศ ผู้ใช้บริการจึงมั่นใจได้ว่าปัญหาด้านเสียงในโรงงานหรือสถานประกอบกิจการจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด เพราะเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในอุตสาหกรรม
– บริษัทฯ ขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตเป็นนิติบุคคลผู้ให้บริการตรวจวัดและวิเคราะห์สภาวะการทำงานเกี่ยวกับระดับเสียง โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
– บุคลากรของบริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ควบคุมมลพิษเสียงและความสั่นสะเทือน จากสภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– มีทีมงานที่มากประสบการณ์และความรู้ ได้แก่ วิศวกร นักสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ช่างเทคนิค รวมไปถึงช่างประกอบและติดตั้งระบบควบคุมเสียง
– มีเครื่องมือที่ได้มาตรฐานไว้ให้บริการทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
– มีสินค้าสำหรับควบคุมเสียงและความสั่นสะเทือนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เช่น ผนังกันเสียง ห้องเก็บเสียง ม่านกันเสียง ตู้ครอบลดเสียง แจ็คเก็ตลดเสียง ไซเลนเซอร์ อคูสติคลูเวอร์ อุปกรณ์แยกความสั่นสะเทือน เป็นต้น
– มีการประเมินหรือทำตัวแบบจำลองระดับเสียง ก่อน-หลัง ปรับปรุงให้ลูกค้าใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการแก้ปัญหาด้านเสียง
– รับประกันระดับเสียงที่ลดลง อยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
– รับประกันคุณภาพสินค้าและฝีมือการติดตั้งทุกงาน

บริษัท นิวเทค อินซูเลชั่น จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมเสียงในโรงงานอุตสาหกรรม
จากประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาด้านเสียงมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงทางอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และเสียงทางสิ่งแวดล้อม
ทางบริษัทฯ ยินดีให้คำแนะนำที่ทำได้จริงสำหรับการแก้ปัญหาด้านมลภาวะทางเสียงที่เกิดขึ้น เพื่อให้ทั้งโรงงาน พนักงาน หรือชุมชนโดยรอบอยู่ร่วมกันได้
“เพราะเรา…เข้าใจเรื่องเสียง”


สนใจสั่งซื้อ
เบอร์โทร:  02-583-8035 , 02-583-8034, 098-995-4650
E-mail: contact@newtechinsulation.com
Line ID: @newtechinsulation
Facebook: newtechthai
Instagram: newtechinsulation
เว็บไซด์: https://www.noisecontrol365.com/



4
ปล่อยรถผู้บริหาร Mercedes Benz CLS 220d AMG Premium ปี 2024 ฟรีประกันชั้น 1

เมอร์เซเดส-เบนซ์ Mercedes-benz CLS-Class CLS 200 d AMG Premium
Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Diamond-pattern grille อันเป็นเอกลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ไฟหน้าออกแบบให้มีเหลี่ยมมุมสอดรับกับกระจังหน้าอย่างลงตัว หลังคาซันรูฟ เปิด-ปิด ได้ด้วยระบบไฟฟ้า, กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ต ล้ออัลลอยสปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ขนาด 19 นิ้ว ภายในหรูหราเรียบง่าย พร้อมจัดวางเบาะที่นั่งให้เป็นแบบ 5 ที่นั่งเป็นครั้งแรก

Mercedes-Benz CLS 220 d AMG Premium มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง พร้อมเทอร์โบคู่ และอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,950 ซีซี แรงม้าสูงสูดที่ 194 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร ถ่ายทอดผ่านเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC ) อันทรงประสิทธิภาพ

หมายเหตุ : รายละเอียดของรถยนตอ์าจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง

รถผู้บริหาร รถทดลองขับ ไมล์น้อย ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

โปรโมชั่นพิเศษ
ตั้งแต่ 20 มี.ค. - 31 มี.ค. 2568
Warranty ถึง 2027
ประกันชั้น 1, เคลือบแก้ว

ราคาพิเศษ 2,990,000 บาท

สนใจสอบถา มรายละเอียดกดลิ้ง https://www.checkraka.com/flashdeal/car

รายละเอียดเบื้องต้น
   แบรนด์                Mercedes-benz
   รุ่น                     เมอร์เซเดส-เบนซ์ Mercedes-benz CLS-Class CLS 200 d AMG Premium
   ประเภทรถ            รถเก๋ง 4 ประตู
   ปีที่เปิดตัว            2024



5
จัดฟันบางนา: ควรรับประทาน ! บรอกโคลี ผักวิเศษช่วยให้สุขภาพฟันดีเยี่ยม

เชื่อว่าหลายๆคนคงทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า สุขภาพฟันจะดีได้นอกเหนือจากการดูแลสุขภาพช่องปาก ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับอาหารที่ท่านทั้งหลายรับประทานเข้าไปด้วยเช่นกัน

ต้องบอกเลยว่าการเลือกรับประทานเป็นสิ่งที่ดี และถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ หากว่าอยากให้ฟันตามธรรมชาติที่มีประโยชน์มากๆกับเราอยู่ด้วยกันไปตลอดแล้วล่ะก็ ควรรับประทานอาหารที่มีความจำเป็นต่อฟัน ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นสำคัญ

อย่างที่ทราบกันดีอีกว่า โรคที่พบในช่องปากจำนวนมากจริงๆแล้ว คือ โรคฟันผุ ซึ่งโรคนี้นั้นเกิดจากการที่เชื้อแบคทีเรียสร้างกรดชนิดหนึ่งออกมาเพื่อทำลายฟัน โดยการที่มีอาหารรสหวาน แป้ง เป็นตัวเร่งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียนี้อย่างรวดเร็ว หากว่ารับประทานอาหารจำพวกนี้บ่อยๆ และขาดการดูแลรักษาที่ดีแล้วล่ะก็ ยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยง โรคฟันผุ ได้ง่ายขึ้นไปอีกด้วย

ซึ่งปัญหาฟันผุนั้น มักเกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆบ่อยที่สุด เนื่องจากว่าผู้ปกครองบางท่าน ให้เด็กรับประทานสิ่งต่างๆเหล่านี้ แต่ไม่ได้ทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดก่อนที่จะเข้านอน รวมถึงเด็กที่เล็กมากๆที่ปล่อยให้รับประทานนมขวดจนหลับไป อันนั้นก็เสี่ยงการเกิดโรคฟันผุสูงเช่นกัน

ส่วนผู้ใหญ่ที่ชอบรับประทานเครื่องดื่มที่มีกรด เช่น น้ำอัดลม เบียร์ ก็ถือได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคฟันผุได้สูงไม่ต่างจากการรับประทานของหวานเป็นประจำเช่นกัน

ซึ่งหากจะให้พูดถึงเรื่องของอาหาร ที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพในช่องปาก ก็จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ รับประทานอาหารมากเกินไป หรือรับประทานไม่เลือก ได้จะได้รับสารอาหารที่มีอันตรายต่อสุขภาพช่องปากที่มากเกินไป กับอีกหนึ่งกลุ่มก็คือ รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ จะทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอตามที่ร่างกายต้องการ ร่างกายจึงขาดสารอาหารที่จำเป็นโดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อร่างกายไม่ดี สุขภาพช่องปากก็ไม่ดีตามไปด้วยเนื่องจากทุกอย่างในร่างกายของคนเรานั้นมีความเชื่อมโยงกันนั่นเอง ซึ่งวิตามินและเกลือแร่ที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพช่องปากมีดังต่อไปนี้


วิตามิน และเกลือแร่ที่สำคัญ ช่วยสุขภาพช่องปากแข็งแรง ?

– วิตามินซี

หากว่าได้รับ วิตามินซี ไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ จะส่งผลให้เกิดเลือดออกตามเหงือก หรือส่งผลให้ฟันโยกได้เลยด้วย

– แคลเซียม

ต้องบอกก่อนเลยว่า แคลเซียม ถือว่ามีส่วนสำคัญมากๆในเรื่องของกระดูก ซึ่งจะทำให้ฟันแข็งแรงตามไปด้วย และช่วยลดอาการเกิดฟันผุได้ดีมากอีกด้วย

– ธาตุเหล็ก

หากว่าร่างกายขาดหรือได้รับธาตุเหล็กที่ไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ จะส่งผลให้ลิ้นอักเสบได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

– วิตามินบี 3

หากว่าร่างกายขาดวิตามินบี 3 แล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้เกิดกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ได้ง่าย

– วิตามินบี 2

หากว่าร่างกายขาดวิตามินบี 2 ก็จะส่งผลให้เกิดแผลในช่องปาก หรือร้อนในได้บ่อยขึ้น

– วิตามินดี

วิตามินดีมีส่วนช่วยสำคัญ คือการดูดซับแคลเซียม หากว่าร่างกายได้รับวิตามินดีน้อยเกินไป จะส่งผลให้เกิดอาการปากแห้ง มีรสขม หรือมีอาการปากร้อน

ซึ่งวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญเหล่านี้ตามที่ได้กล่าวมาทั้งหมดนี้ ถือว่ามีความสำคัญมากๆกับช่องปาก ซึ่งต้องขอบอกเลยว่า บรอกโคลี ผักสุดวิเศษของช่องปาก นอกจากที่มีกากใยอาหารที่สูงมากๆแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญมากๆสำหรับช่องปาก เช่น แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบี 2 วิตามินบี 3

ซึ่งต้องบอกเลยว่าการรับประทาน บรอกโคลี เป็นประจำทุกวันจะช่วยสุขภาพช่องปากที่ดี แถมยังได้รับสุขภาพฟันที่แข็งแรงตามมาอีกด้วย

แต่ถึงแม้ว่าเราจะรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพช่องปากอย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดก็คงหนีไม่ได้คือการดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ และเข้าพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจเช็คสุขภาพช่องปากอยู่เสมอ เพราะหากว่าช่องปากของเรานั้นกำลังอยู่ในอันตรายทันตแพทย์ได้รีบแก้ไขตั้งแต่ยังไม่ร้ายแรง

6
การเลือกใช้ ท่อลมร้อน แบบไหนดีและเหมาะสม

การเลือกใช้ท่อลมร้อนให้เหมาะสมนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบระบายอากาศทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้:

1. ลักษณะการใช้งาน
งานอุตสาหกรรมหนัก:
หากต้องการความทนทานต่ออุณหภูมิสูงและแรงดันสูง เช่น ในโรงงานผลิตเหล็ก โรงงานปิโตรเคมี หรือโรงไฟฟ้า ควรเลือกใช้ท่อลมร้อนโลหะ (เช่น เหล็ก สแตนเลส หรืออะลูมิเนียม)

งานระบายอากาศทั่วไป:
หากต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้งและราคาประหยัด เช่น ในงานระบายอากาศในอาคาร หรือดูดควันในครัว ควรเลือกใช้ท่อลมร้อนผ้าใบ หรือท่อลมร้อนอะลูมิเนียมฟอยล์
งานดูดฝุ่นหรือขี้เลื่อย:
หากต้องการความยืดหยุ่นและราคาถูก เช่น ในงานดูดฝุ่นหรือขี้เลื่อย ควรเลือกใช้ท่อลมร้อน PVC

2. ขนาดและปริมาณลม

ขนาดของท่อลม:
ควรเลือกขนาดท่อลมให้เหมาะสมกับปริมาณลมที่ต้องการระบาย หากต้องการระบายลมปริมาณมาก ควรเลือกท่อลมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ความยาวของท่อลม:
ควรเลือกท่อลมที่มีความยาวเหมาะสมกับการติดตั้ง หากท่อลมยาวเกินไป อาจทำให้การไหลของอากาศไม่สะดวก

3. วัสดุ

โลหะ (เหล็ก สแตนเลส อะลูมิเนียม):
มีความแข็งแรงทนทาน ทนต่ออุณหภูมิและแรงดันสูง เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมหนัก

ผ้าใบ (เคลือบซิลิโคน หรือ PVC):
มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับงานระบายอากาศทั่วไป

อะลูมิเนียมฟอยล์:
น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ราคาถูก เหมาะสำหรับงานระบายอากาศในอาคาร

PVC:
มีความยืดหยุ่น น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ราคาถูก เหมาะสำหรับงานดูดฝุ่นหรือขี้เลื่อย

4. งบประมาณ
ควรเลือกท่อลมร้อนที่มีราคาเหมาะสมกับงบประมาณ โดยคำนึงถึงคุณภาพและความทนทานของวัสดุ

5. การติดตั้งและบำรุงรักษา

ควรติดตั้งท่อลมร้อนให้ถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต
ควรทำความสะอาดท่อลมร้อนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก
ควรตรวจสอบท่อลมร้อนเป็นประจำ เพื่อหารอยรั่วหรือรอยชำรุด

คำแนะนำเพิ่มเติม
หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อขอคำแนะนำในการเลือกและติดตั้งท่อลมร้อนที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ควรพิจารณามาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรฐาน ASTM, EN, SMACNA, ASHRAE, UL, หรือ NFPA
หากต้องการลดการสูญเสียพลังงาน ควรเลือกท่อลมที่มีฉนวนกันความร้อน

หากพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการติดตั้ง เช่น เพดานต่ำ ควรเลือกท่อลมแบบยืดหยุ่นหรือท่อลมผ้า เนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ง่าย

7
หมอออนไลน์: มะเร็งปอด (Lung cancer)

มะเร็งปอด พบมากเป็นอันดับที่ 2 ของมะเร็งในผู้ชาย และอันดับที่ 4 ของมะเร็งในผู้หญิง พบมากในช่วงอายุ 50-75 ปี มะเร็งปอดมีอยู่หลายชนิด ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดเซลล์เยื่อบุ (squamous cell carcinoma) ซึ่งเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดและเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ มะเร็งปอดชนิดเซลล์ต่อมเมือก (adenocarcinoma) ซึ่งพบในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และชนิด small cell carcinoma ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ พบได้น้อยกว่าชนิดอื่น แต่มีความร้ายแรงสามารถแพร่กระจายเร็ว

สาเหตุ

ร้อยละ 80-90 เกิดจากการสูบบุหรี่ ยิ่งสูบมากและนานก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มากขึ้น ร้อยละ 5 เกิดจากการรับควันบุหรี่จากผู้อื่น

อาจเกิดจากการสัมผัสสารใยหิน (แอสเบสตอส) จากการทำงาน เช่น การก่อสร้างอาคาร การทำงานที่เกี่ยวกับผ้าเบรก คลัตช์ ฉนวนกันความร้อน อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมืองแร่ เป็นต้น ซึ่งใช้เวลาสัมผัสนาน 15-35 ปีกว่าจะเป็นมะเร็งปอด ถ้าสูบบุหรี่ด้วยก็ยิ่งเสี่ยงมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังอาจเกิดจากการสัมผัสเรดอน (radon ซึ่งเป็นก๊าซกัมมันตรังสีที่เกิดจากการสลายตัวของแร่ยูเรเนียมในหินและดิน กระจายอยู่ในอากาศและน้ำใต้ดิน อาจพบตามเหมืองใต้ดิน อาคารที่ใช้วัสดุก่อสร้างที่ปนเปื้อนก๊าซนี้) มลพิษทางอากาศ (เช่น ควันพิษจากรถยนต์) โรงงานถลุงเหล็กนิกเกิล โครเมียม แคดเมียม โรงงานน้ำมัน ดินน้ำมัน เขม่าจากโรงงาน การดื่มน้ำที่มีสารหนูเจือปน การกินผักและผลไม้น้อย

บางครั้งพบมะเร็งปอดในผู้ป่วยที่มีแผลเป็นในปอดจากโรคปอด เช่น วัณโรคปอด ถุงลมปอดโป่งพอง ภาวะเยื่อพังผืด (fibrosis) ในปอด เป็นต้น

บางรายอาจเป็นมะเร็งปอดโดยไม่มีประวัติการสูบบุหรี่หรือการสัมผัสสารก่อมะเร็งมาก่อนก็ได้

ผู้ที่มีพ่อแม่พี่น้องเป็นมะเร็งปอดมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มากกว่าปกติ

อาการ

ระยะแรกเริ่มจะไม่มีอาการ ต่อมาจะมีอาการไอเรื้อรัง อาจไอมีเลือดปนเสมหะ หรือไอออกเป็นเลือดสดจำนวนมาก (หากมะเร็งลามถูกหลอดเลือด) หายใจมีเสียงดังวี้ด (หากหลอดลมถูกอุดกั้นจากก้อนมะเร็ง) หรือเจ็บหน้าอกเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน (หากลามไปที่เยื่อหุ้มปอด หรือกระดูกซี่โครง) อาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นโรคหัวใจขาดเลือด

ต่อมาผู้ป่วยมักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หายใจหอบเหนื่อย (จากภาวะมีน้ำในโพรงเยื่อหุ้มปอด) และอาจมีปอดอักเสบแทรกซ้อน

ภาวะแทรกซ้อน

มะเร็งปอดที่เป็นรุนแรงอาจทำให้มีอาการเจ็บปวดมาก หายใจหอบเหนื่อย ไอออกเป็นเลือดรุนแรง

หากมะเร็งลามไปยังอวัยวะข้างเคียง ก็อาจมีอาการเสียงแหบ กลืนลำบาก ปวดแขน แขนชาและอ่อนแรง หนังตาตกและรูม่านตาหดเล็กข้างหนึ่ง มีอาการบวมที่ใบหน้า คอ และหน้าอกส่วนบน หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ในระยะท้าย มะเร็งมักจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองที่คอหรือแอ่งไหปลาร้า และอวัยวะต่าง ๆ เช่น สมอง (มีอาการปวดศีรษะ สับสน ชัก) ตับ (ตับโต ตาเหลืองตัวเหลือง ท้องมาน) ไขสันหลัง (ขาชาและอ่อนแรง) กระดูก (ปวดกระดูก) เป็นต้น

บางครั้งผู้ป่วยอาจมาปรึกษาแพทย์ด้วยอาการที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะเหล่านี้มากกว่าอาการของมะเร็งปอดโดยตรง (ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด)

การวินิจฉัย

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการเอกซเรย์ปอด การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การตรวจหาเซลล์มะเร็งในเสมหะ การใช้กล้องส่องตรวจหลอดลม (bronchoscopy) การใช้เข็มเจาะเนื้อปอดนำไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ (needle biopsy)

หากพบว่าเป็นมะเร็งก็จะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีต่าง ๆ (เช่น เอกซเรย์, อัลตราซาวนด์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์, การถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า-MRI, การตรวจเพทสแกน- PET scan เป็นต้น) เพื่อประเมินว่าเป็นมะเร็งระยะใด

การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การรักษาด้วยการผ่าตัด รังสีบำบัด เคมีบำบัด อิมมูนบำบัด และ/หรือการใช้ยาแบบจำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง (targeted therapy drugs) ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็งที่พบ

เนื่องจากมะเร็งปอดมักจะลุกลามเร็วและวินิจฉัยได้ในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายออกนอกปอดแล้ว มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีต่ำกว่าร้อยละ 10 (โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่เรียกว่า small cell carcinoma ซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 25 ของมะเร็งปอดทั้งหมด มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีประมาณร้อยละ 2) การรักษาจึงเป็นเพียงการประทังอาการซึ่งมักจะมีชีวิตอยู่ได้เพียงระยะหนึ่ง

นอกจากในรายที่ตรวจพบในระยะแรก ๆ หรือเป็นชนิดที่ลุกลามช้าหรือตอบสนองต่อการรักษา ก็อาจอยู่ได้นานหลายปี (มีอัตราการรอดชีวิตเกิน 5 ปีประมาณร้อยละ 50-90)

การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น ไอหรือเจ็บหน้าอกเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

เมื่อตรวจพบว่าเป็นมะเร็งปอด ควรดูแลตนเอง ดังนี้

    รักษา กินยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
    ติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    หลีกเลี่ยงการซื้อยามากินเอง
    หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนที่มีไขมันน้อย (เช่น ปลา ไข่ขาว เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง)
    นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และหาทางผ่อนคลายความเครียด
    ออกกำลังกายและทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมทั้งงานอดิเรกที่ชอบ และงานจิตอาสา เท่าที่ร่างกายจะอำนวย
    ทำสมาธิ เจริญสติ หรือสวดมนต์ภาวนาตามหลักศาสนาที่นับถือ
    ถ้ามีโอกาสควรหาทางเข้าร่วมกิจกรรมของกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน หรือกลุ่มมิตรภาพบำบัด
    ผู้ป่วยและญาติควรหาทางเสริมสร้างกำลังใจให้ผู้ป่วย ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตในปัจจุบันให้ดีและมีคุณค่าที่สุด
    ถ้าหากมีเรื่องวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคและวิธีบำบัดรักษา รวมทั้งการแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร ยาหม้อ ยาลูกกลอน การนวด ประคบ การฝังเข็ม การล้างพิษ หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการไม่สบายหรืออาการผิดปกติ เช่น มีไข้ อ่อนเพลียมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ชัก แขนขาชาหรืออ่อนแรง ซีด มีเลือดออก ปวดท้อง ท้องเดิน อาเจียน เบื่ออาหารมาก กินไม่ได้ ดื่มน้ำไม่ได้ เป็นต้น
    ขาดยาหรือยาหาย
    ในรายที่แพทย์ให้ยากลับไปกินที่บ้าน ถ้ากินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา เช่น มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ

การป้องกัน

ยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลเต็มที่ แต่อาจลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดด้วยการปฏิบัติ ดังนี้

    ไม่สูบบุหรี่
    เลิกบุหรี่สำหรับผู้ที่เคยสูบ หากสามารถเลิกได้ก็จะลดความเสี่ยงลงได้มาก แม้จะสูบมานานก็ตาม
    หลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่ สารใยหิน มลพิษทางอากาศ และรังสีเรดอน (radon)
    หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ
    กินผักและผลไม้ให้มาก ๆ

ข้อแนะนำ

1. มะเร็งปอดแม้จะพบบ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่ แต่ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ก็มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ ดังนั้นทุกคนไม่ว่าจะมีประวัติสูบบุหรี่หรือไม่ก็ตาม หากมีอาการที่น่าสงสัย เช่น ไอหรือเจ็บหน้าอกเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไอเป็นเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เป็นต้น ควรปรึกษาแพทย์

2. ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจหามะเร็งปอดระยะแรกที่ได้ผลดี ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่รอให้มีอาการแสดงชัดแล้วค่อยไปพบแพทย์ให้ตรวจรักษา ซึ่งมักจะเป็นระยะที่มะเร็งมีการลุกลามแล้ว และรักษาได้ผลไม่สู้ดี ดังนั้นควรหาทางป้องกันด้วยการไม่สูบบุหรี่หรือเลิกบุหรี่ และหมั่นดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

3. ปัจจุบันมีวิธีบำบัดรักษาโรคมะเร็งใหม่ ๆ ที่อาจช่วยให้โรคหายขาดหรือทุเลา หรือช่วยให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ผู้ป่วยจึงควรติดต่อรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคมะเร็ง มีความมานะอดทนต่อผลข้างเคียงของการรักษาที่อาจมีได้ อย่าเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น หากสนใจจะแสวงหาทางเลือกอื่น (เช่น การใช้สมุนไพร หรือวิธีอื่น ๆ) ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ และทีมสุขภาพที่ดูแลประจำและรู้จักมักคุ้นกันดี

8
วัดห้วยยางดงเชิญชวนใส่ชุดขาวหญิง การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเน้นที่สิ่งที่จำเป็น

วัดห้วยยางดงเป็นวัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในตำบลโคกเครือ อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์ วัดนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของความสวยงามและความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรมเป็นวัดที่เงียบสงบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรมและศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนาเหมาะใส่ชุดขาว ชุดขาวชาย ชุดขาวหญิง ชุดขาวปฏิบัติธรรม มาเที่ยววัดห้วยยางดงขึ้นชื่อในเรื่องบรรยากาศที่เงียบสงบ

วัดห้วยยางดงตั้งอยู่ห่างไกลจากความวุ่นวายในเมือง จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการตัดขาดจากความวุ่นวายทางโลกและเชื่อมต่อกับตัวตนภายในของตนเองอีกครั้ง

สถานที่: แหล่งธรรมชาติอันเงียบสงบ
วัดห้วยยางดงรายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ต้นไม้สูงใหญ่ให้ร่มเงาและบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่น บรรยากาศเงียบสงบนี้ช่วยเพิ่มประสบการณ์การทำสมาธิ โดยมีเสียงลมพัดผ่านใบไม้และเสียงนกร้องเป็นระยะๆ เป็นฉากหลังที่เงียบสงบระหว่างการปฏิบัติธรรม ความงดงามของธรรมชาติที่เงียบสงบและบริสุทธิ์ของวัดเชิญชวนให้ผู้มาเยี่ยมชมไตร่ตรองถึงความเรียบง่ายของชีวิต ส่งเสริมการมีสติและความสงบภายใน

การปฏิบัติธรรม : การทำสมาธิและการเจริญสติ
จุดเน้นหลักของวัดห้วยยางดงคือการปฏิบัติธรรม วัดแห่งนี้จัดให้มีการนั่งสมาธิเป็นประจำ โดยมีพระภิกษุผู้มีประสบการณ์เป็นผู้นำ ซึ่งจะคอยแนะนำผู้เข้าร่วมในการนั่งสมาธิและเดินจงกรม การนั่งสมาธิเหล่านี้เน้นที่การมีสติ สมาธิ และการมองเห็นธรรมชาติของจิตใจและร่างกาย

ผู้เยี่ยมชมควรถือศีลแปดซึ่งเป็นหลักปฏิบัติทางศีลธรรมที่เข้มงวดกว่าศีลห้าขั้นพื้นฐาน เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติธรรมมีวินัยและมีความแจ่มชัดในระหว่างที่เข้าวัด กิจวัตรประจำวันของวัดจะดำเนินไปตามตารางแบบดั้งเดิม เริ่มตั้งแต่สวดมนต์ตอนเช้าตรู่และสิ้นสุดด้วยการทำสมาธิตอนเย็น ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถดื่มด่ำกับการปฏิบัติธรรมได้อย่างเต็มที่

การใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย: เน้นที่สิ่งที่จำเป็น
ที่พักในวัดเป็นแบบเรียบง่าย สะท้อนหลักพุทธศาสนาแบบเรียบง่ายและไม่ยึดติดกับสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัตถุ ผู้มาเยี่ยมชมจะได้รับที่พักพื้นฐานแต่สะอาดและสะดวกสบาย ส่วนอาหารมักจะเป็นมังสวิรัติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่วัดเน้นย้ำถึงการใช้ชีวิตอย่างมีสติและความเมตตาต่อสรรพสัตว์

ความเรียบง่ายนี้ขยายไปถึงวิถีชีวิตในวัดห้วยยางดง ผู้เยี่ยมชมได้รับการสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมของวัด เช่น การทำความสะอาดและดูแลบริเวณวัด ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการฝึกสติในการปฏิบัติ งานเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติโดยรวม ซึ่งสอนให้รู้ถึงคุณค่าของการเสียสละและการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน

การชี้แนะและการเรียนรู้ทางจิตวิญญาณ
วัดห้วยยางดงเป็นที่อยู่ของคณะสงฆ์ที่อุทิศตนเพื่อสั่งสอนหลักธรรมของพุทธศาสนา คณะสงฆ์จะจัดบรรยายธรรมะเป็นประจำ โดยครอบคลุมหัวข้อสำคัญๆ เช่นอริยสัจสี่ มรรคมีองค์แปดและการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานคำสอนเหล่านี้ให้คำแนะนำอันล้ำค่าสำหรับทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ ช่วยให้พวกเขาเดินตามเส้นทางแห่งจิตที่แจ่มใสและปัญญา

พระภิกษุเข้าถึงได้ง่ายและเต็มใจที่จะตอบคำถามใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติธรรม ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับใครก็ตามที่แสวงหาความเข้าใจทางจิตวิญญาณที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือกำลังมองหาการแก้ไขปัญหาส่วนตัวผ่านคำสอนของพุทธศาสนา

เยี่ยมชมวัดห้วยยางดง: การเดินทางสู่การเปลี่ยนแปลงภายใน
ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการปฏิบัติธรรมทางพุทธศาสนาหรือผู้ปฏิบัติธรรมที่มีประสบการณ์ วัดห้วยยางดงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณสามารถเจาะลึกการเดินทางทางจิตวิญญาณของคุณได้ บรรยากาศอันเงียบสงบของวัดควบคู่ไปกับโอกาสในการฝึกสมาธิและรับคำแนะนำทางจิตวิญญาณ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนที่เหมาะสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบ ความแจ่มชัด และความเข้าใจ

การไปเยี่ยมชมที่วัดแห่งนี้ในจังหวัดกาฬสินธุ์ไม่เพียงแต่เป็นการเดินทางทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางเพื่อเปลี่ยนแปลงภายใน ซึ่งคุณสามารถทิ้งภาระในชีวิตประจำวันและโอบรับความเรียบง่ายและภูมิปัญญาของธรรมะ วางแผนการเยี่ยมชมวัดห้วยยางดงและสัมผัสกับความสงบอันล้ำลึกที่เกิดจากการเชื่อมต่อกับตัวตนที่แท้จริงของคุณใจกลางธรรมชาติ

9
townhouse พรีเมียร์ ซิตี้ สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Premier City Sukhumvit-Poochao)
เริ่มต้น 2.99 ลบ.

พรีเมียร์ ซิตี้ สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Premier City Sukhumvit-Poochao)
บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม 2 ชั้น มาพร้อมแนวคิดการออกแบบ ผสมผสานรูปแบบ วัฒนธรรมตะวันตกกับมนต์เสน่ห์ รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ดูอบอุ่น หรูหรายิ่งใหญ่ มีพลังสู่ความสำเร็จ มีเอกลักษณ์เฉพาะ สำหรับผู้อยู่อาศัย ผสานเข้ากับดีไซน์ในยุคปัจจุบันอย่างลงตัว ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด European Classic Style สะท้อนถึงเอกลักษณ์ และรูปแบบสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

รายละเอียดโครงการ
 ชื่อโครงการ       พรีเมียร์ ซิตี้ สุขุมวิท-ปู่เจ้า (Premier City Sukhumvit-Poochao)
 เจ้าของโครงการ  อาเวีย พร็อพเพอร์ตี้
 ราคา               เริ่มต้น 2.99 ลบ.

 ประเภทบ้าน         บ้านเดี่ยว, ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม (Townhouse Townhome)
 ลักษณะทำเล       บ้านใกล้เมือง
 พื้นที่โครงการ       26 ไร่ 35 ตร.ว.
 จำนวนบ้าน         271 หลัง
 แบบบ้านทั้งหมด  1 แบบ
  เนื้อที่บ้าน         ตั้งแต่ 16 ตร.ว.
 พื้นที่ใช้สอย       ตั้งแต่ 100 ตร.ม.
 จำนวนชั้น         2 ชั้น
 หน้ากว้าง          โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 จำนวนห้องนอน    ตั้งแต่ 2 ถึง 3 ห้อง
 จำนวนที่จอดรถ    ตั้งแแต่ 1 ถึง 2 คัน
 สาธารณูปโภค      สวนสาธารณะ, คลับเฮาส์, สระว่ายน้ำ, ฟิตเนส, รปภ., CCTV, Keycard System, Co-working space

สถานที่ใกล้เคียง
 โซน
สมุทรปราการ, บางพลี, บางบ่อ, พระประแดง
 ที่ตั้ง
ซอย โรงเรียนวัดสวนส้ม ตำบลบางโปรง อำเภอเมืองสมุทรปราการ สมุทรปราการ 10270

 ขนส่งสาธารณะ            โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 สถานที่สำคัญใกล้เคียง   โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ
 ปีที่สร้างเสร็จ              โปรดสอบถามข้อมูลกับทางโครงการ

10
โรคไตเสี่ยงทุกวัย เป็นได้ทุกคน ป้องกันดีกว่ารักษา

โรคไตสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศ ทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อไต เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคนิ่วในไตและระบบทางเดินปัสสาวะ โรคอ้วน เป็นต้น รวมทั้ง มีพฤติกรรมทานอาหารเค็มจัด หวานจัด มันจัด ทานยาหรือสมุนไพรที่ทำลายไตเป็นประจำ ซึ่งหากละเลยอาจส่งผลให้เกิดโรคไตเรื้อรัง และดำเนินโรคจนถึงระยะรุนแรงจนต้องรับการฟอกไตไปตลอดชีวิต ดังนั้นการป้องกันโรคไตจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ไต คืออะไร

ไต เป็นอวัยวะที่มีรูปร่างคล้ายถั่ว ขนาดประมาณกำปั้นมือ หรือประมาณ 9-11 ซม. มี 2 ข้าง อยู่บริเวณใต้ชายโครงด้านหลัง ทำหน้าที่หลักคือ กรองน้ำและของเสียที่ไม่มีประโยชน์ เช่นสารพิษและยาส่วนเกิน ออกจากร่างกายโดยขับออกมาในรูปปัสสาวะ, ดูดซึม กักเก็บสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย, รักษาสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกายตลอดจนควบคุมความเป็นกรด-ด่างในเลือด, ควบคุมความดันโลหิต และยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนในการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงในร่างกาย

รู้จักโรคไตเรื้อรัง

โรคไตคือภาวะที่ไตทำงานผิดปกติ มีหลายชื่อเรียก เช่น ไตวาย ไตเสื่อม ไตทำงานลดลง แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ โรคไตเฉียบพลัน (Acute Kidney Injury/ Acute Kidney disease) ซึ่งเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน มีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ และ โรคไตเรื้อรัง (Chronic kidney disease) ซึ่งเกิดขึ้นในระยะเวลามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป รักษาไม่หายขาดและอาจดำเนินโรคต่อเนื่องจนเข้าสู่โรคไตเรื้องรังระยะสุดท้าย

ข้อมูลล่าสุดในประเทศไทย พบว่ามีความชุกของโรคไตเรื้อรัง เท่ากับ 17.5 %ของประชากร และสาเหตุของโรคไตเรื้อรังเกิดจาก โรคความดันโลหิตสูง (Hypertensive nephrosclerosis) มากที่สุด รองลงมาเกิดจากโรคเบาหวาน (Diabetic kidney disease) โดย 2 สาเหตุนี้คิดเป็นสัดส่วนราว 80 %ของสาเหตุทั้งหมด สาเหตุอื่นๆ เช่น โรคไตอักเสบเรื้อรังชนิดต่างๆ (Chronic glomerulonephritis), ภาวะอุดกั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ (Obstructive nephropathy) เป็นต้น ส่วนใหญ่มักทำให้เกิดโรคไตทั้งสองข้างพร้อมกัน ยกเว้นภาวะอุดกั้นของระบบทางเดินปัสสาวะ อาจเกิดข้างใดข้างหนึ่ง หรือสองข้างพร้อมกันก็ได้

วินิจฉัยโรคไตเรื้อรังอย่างไร

ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง หมายถึง ผู้ป่วยที่มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งในสองข้อต่อไปนี้

1. มีภาวะไตผิดปกตินานติดต่อกันเกิน 3 เดือน เช่น ตรวจพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ เม็ดเลือดแดงรั่วในปัสสาวะ ตรวจเลือดเจอความผิดกติของเกลือแร่ที่เกิดจากท่อไตผิดปกติ พบนิ่ว ถุงน้ำ หรือมวลไตเล็กผิดปกติจากการตรวจรังสีวิทยาตรวจพบความผิดปกติทางโครงสร้างหรือพยาธิสภาพจากการตรวจชิ้นเนื้อไต เป็นต้น โดยอัตราการกรองของไต (estimated glomerular filtration rate; eGFR) อาจผิดปกติหรือไม่ก็ได้

โดยกลุ่มนี้จะแบ่งออกเป็น 5 ระยะ โดยวัดจากอัตราการกรองของไต (eGFR หน่วย mL/min/1.73m2) ดังนี้

    ระยะที่ 1 ค่า eGFR > 90 (ปกติ)
    ระยะที่ 2 ค่า eGFR 60-89 (ถือว่าลดลงเล็กน้อย)
    ระยะที่ 3 ค่า eGFR 30-59 ( ถือว่าลดลงปานกลาง)
    ระยะที่ 4 ค่า eGFR 15-29 (ถือว่าลดลงมาก)
    ระยะที่ 5 ค่า eGFR < 15 (ถือเป็นไตวายระยะสุดท้าย)

2. มี GFR น้อยกว่า 60 mL/min/1.73m2 ติดต่อกันเกิน 3 เดือน โดยอาจตรวจพบหรือไม่พบว่ามี ภาวะไตผิดปกติก็ได้ ค่าการทำงานของไตจะบ่งบอกให้แพทย์ทราบได้ว่าไตทำงานได้มากน้อยเพียงใด เมื่ออาการโรคไตยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ค่าการทำงานของไต GFR ก็จะลดลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคไตเรื้อรัง

    อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
    โรคที่มีผลกระทบกับไต เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักเกิน โรคเก๊าท์หรือระดับกรดยูริกในเลือดสูง โรคแพ้ภูมิตนเอง ซึ่งจะส่งผลให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตเสื่อมลง ส่งผลให้การทำงานของไตเสื่อมลง
    ได้รับยาในกลุ่มยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือสารพิษที่ทำลายไต (Nephrotoxic agents)
    มีมวลเนื้อไตลดลง หรือมีไตข้างเดียว
    โรคติดเชื้อทางเดินระบบปัสสาวะส่วนบนช้ำหลายครั้ง
    ตรวจพบนิ่วในไตหรือระบบทางเดินปัสสาวะ หรือตรวจพบถุงน้ำในไตมากกว่า 3 ตำแหน่งขึ้นไป
    มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไตเรื้อรัง หรือ มีประวัติการเป็นโรคไตอักเสบ หรือถุงน้ำในไต

11
จัดฟันบางนา: หากผู้ที่จัดฟันแบบทั่วไป จะเปลี่ยนมาจัดฟันแบบใส ได้หรือไม่ ?

ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพฟันและช่องปากกันเป็นจำนวนมาก เริ่มหันมาจัดฟันกันมากขึ้น แต่บางครั้งการจัดฟันแบบทั่วไปที่มีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากอาจจะไม่เหมาะกับบุคคลบางกลุ่ม รวมไปถึงกลุ่มวัยทำงานที่ต้องจัดฟันเพื่อความมั่นใจ แต่หากมีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากก็อาจจะไม่เหมาะสมกับคนบางอาชีพ

และผู้ที่เข้ารับการจัดฟันแบบทั่วไป ที่มีความต้องการจะเปลี่ยนมาทำการจัดฟันแบบใสนั้น สามารถทำได้ โดยทางเรามีทีมทันตแพทย์ผุ้เชี่ยวชาญในการจัดฟัน และได้รับการรองรับจากสหรัฐอเมริกา โดยผู้ที่จะเข้ารับการรักษา อยากจะเปลี่ยนจากการจัดฟันแบบทั่วไป มาเป็นการจัดฟันแบบใส เรามีทันตแพทย์คอยให้คำปรึกษา และมีการบริการที่น่าประทับใจ

ซึ่งข้อแตกต่างของการจัดฟันแบบทั่วไปกับการจัดฟันแบบใสนั้น เห็นได้ชัดว่าการจัดฟันแบบใสจะมีความสะดวกสบายมากกว่าการจัดฟันแบบทั่วไปที่เหล็กจัดฟันติดตั้งอยู่ภายในช่องปาก ซึ่งการจัดฟันแบบใสนั้น จะมีเครื่องมืออยู่ภายในช่องปาก แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ นอกจากนี้ยังสามารถถอดเครื่องมือออกได้ ในเวลาที่รับประทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น


การจัดฟันแบบใส โดยคลีนิค

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นการจัดฟันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าการจัดฟันแบบนี้มีความสะดวกสบายแก่ผู้เข้ารับการรักษา เพราะในการจัดฟันแบบนี้ ทำให้มองไม่เห็นเครื่องมือจัดฟัน และสามารถถอดออกได้ในตอนที่รับประทานอาหารและในตอนแปรงฟัน ซึ่งมีความสะดวกสบายกว่าการจัดฟันแบบเดิมๆ ที่ต้องมีเหล็กจัดฟันอยู่ภายในช่องปากตลอดเวลา

การจัดฟันแบบใสที่ เรามีทีมทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งการจัดฟันแบบใสนี้ ทันตแพทย์ที่ทำการรักษาจะต้องได้รับการรองรับ และเครื่องมือจัดฟันจะต้องมีการสั่งทำพิเศษจากต่างประเทศ จึงมั่นใจได้ว่าที่คลีนิคเรามีมาตรฐานในการรักษาในระดับสากล

อย่างไรก็ตาม ในการจัดฟันแบบใสนี้ เรามีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการรักษา ด้วยการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาวางแผนในการรักษา และสามารถแสดงผลเป็นรูปแบบของ 3D เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ดูพัฒนาการของการเคลื่อนตัวของฟันตามตำแหน่งที่ทันตแพทย์กำหนด รวมถึงกำหนดระยะเวลาในการรักษาให้ผู้เข้ารับการรักษาได้ทราบอีกด้วย

12
เคล็ดลับการสร้างอาชีพ ผ่านช่องทางออนไลน์

การสร้างอาชีพผ่านช่องทางออนไลน์เป็นโอกาสที่น่าสนใจในยุคดิจิทัลนี้ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการเปิดธุรกิจแบบดั้งเดิม และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางมากขึ้น ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสร้างอาชีพออนไลน์ได้อย่างประสบความสำเร็จ:

1. ค้นหาความถนัดและความสนใจ:

สำรวจทักษะและความสามารถ: พิจารณาว่าคุณมีความถนัดหรือความเชี่ยวชาญในด้านใด เช่น การเขียน การออกแบบ การถ่ายภาพ การทำอาหาร หรือการสอน
ค้นหาความสนใจ: เลือกทำในสิ่งที่รักและสนใจ จะช่วยให้คุณมีความสุขและมีแรงจูงใจในการทำงาน
ศึกษาตลาด: สำรวจความต้องการของตลาดออนไลน์ เพื่อหาช่องว่างและโอกาสในการสร้างธุรกิจ


2. วางแผนธุรกิจ:

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย: ระบุกลุ่มลูกค้าที่คุณต้องการเข้าถึง
สร้างแบรนด์: พัฒนาชื่อ โลโก้ และเอกลักษณ์ของแบรนด์
เลือกช่องทางการขาย: พิจารณาแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือตลาดออนไลน์
กำหนดราคา: กำหนดราคาที่เหมาะสมกับต้นทุนและตลาด
วางแผนการตลาด: กำหนดกลยุทธ์การตลาดเพื่อโปรโมทสินค้าหรือบริการของคุณ


3. สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ:

สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ: สร้างเนื้อหาที่ดึงดูดและมีประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายของคุณ
ใช้สื่อที่หลากหลาย: ใช้รูปภาพ วิดีโอ และข้อความ เพื่อสร้างความน่าสนใจ
สร้างความสม่ำเสมอ: โพสต์เนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างการรับรู้และรักษาฐานลูกค้า


4. สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า:

ตอบคำถามและข้อสงสัย: ตอบคำถามและข้อสงสัยของลูกค้าอย่างรวดเร็วและเป็นประโยชน์
รับฟังความคิดเห็น: รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อปรับปรุงสินค้าหรือบริการของคุณ
สร้างชุมชน: สร้างกลุ่มหรือชุมชนออนไลน์ เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า


5. พัฒนาและเรียนรู้:

ติดตามเทรนด์: ติดตามเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ในตลาดออนไลน์
พัฒนาทักษะ: พัฒนาทักษะและความรู้ของคุณอย่างต่อเนื่อง
เรียนรู้จากผู้อื่น: เรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจออนไลน์


ตัวอย่างอาชีพออนไลน์:

ขายสินค้าออนไลน์: ขายสินค้าทำมือ สินค้าวินเทจ หรือสินค้าดรอปชิป
ให้บริการออนไลน์: ให้บริการเขียนบทความ ออกแบบกราฟิก หรือแปลภาษา
สร้างเนื้อหาออนไลน์: สร้างบล็อก ช่อง YouTube หรือพอดแคสต์
สอนออนไลน์: สอนภาษา สอนทำอาหาร หรือสอนทักษะอื่นๆ
ทำการตลาดออนไลน์: รับจ้างทำการตลาดออนไลน์ให้กับธุรกิจต่างๆ


เคล็ดลับเพิ่มเติม:

สร้างความน่าเชื่อถือ: สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส
สร้างความแตกต่าง: สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ไม่เหมือนใคร
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า: สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เพื่อสร้างฐานลูกค้าประจำ

การสร้างอาชีพออนไลน์ต้องอาศัยความอดทน ความพยายาม และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการสร้างอาชีพออนไลน์ของคุณ

13
mobile expo: เจิดจ้าท้าแดด! “realme GT 6” นักฆ่าเรือธงคนใหม่จะมาพร้อมจอแสดงผลสว่างที่สุดในโลกถึง 6000nit

realme (เรียลมี) แบรนด์สมาร์ตโฟนเพื่อคนรุ่นใหม่ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก เตรียมเปิดตัว Flagship Killer รุ่นใหม่ที่หลายคนตั้งตารอ “realme GT 6” ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดย realme GT series จะกลับมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสมาร์ตโฟนอีกครั้งด้วยจอแสดงผลที่ให้ค่าความสว่างสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา!
สู่เทคโนโลยีจอแสดงผลยุคใหม่แบบ Ultra-Bright 6000nit


realme GT 6 กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในเดือนมิถุนายนนี้ ชูไฮไลต์เทคโนโลยีปฏิวัติวงการด้วยจอแสดงผลที่สว่างสดใสกว่าสมาร์ตโฟนทุกรุ่นในโลกด้วยนวัตกรรมจอแสดงผล Ultra-Bright 6000nit ตัวแรกในอุตสาหกรรม ความสำเร็จอันก้าวล้ำนี้เกิดจากการใช้วัสดุเรืองแสงประสิทธิภาพสูงซึ่งไม่เพียงมอบหน้าจอที่สว่างที่สุดเท่าที่เคยมีมาในโลกสมาร์ตโฟนเท่านั้น แต่ยังสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การันตีได้ว่า realme GT 6 จะมอบประสบการณ์ภาพและการใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้อย่างเหนือระดับแม้ภายใต้แสงแดดที่เจิดจ้า โดยที่ยังคงรักษาประสิทธิภาพได้อย่างน่าทึ่ง


realme ตระหนักดีว่าคุณภาพของจอแสดงผลมีบทบาทสำคัญมากต่อประสบการณ์ผู้ใช้งาน จึงได้พัฒนา realme GT 6 ให้แสดงผลหน้าจอได้อย่างสวยงาม แม้อยู่ในสภาพแสงจ้าของประเทศแถบเส้นศูนย์สูตรอย่างเมืองไทย ซึ่งความสามารถในการแสดงผลหน้าจอได้อย่างชัดเจนภายใต้สภาวะที่ท้าทายสุดขั้วนี้ ไม่เพียงเพิ่มความสะดวกในการใช้งานเท่านั้น แต่ยังยกระดับประสบการณ์ด้านภาพที่เหนือกว่าและตอบโจทย์การใช้งานที่ดีขึ้นในทุกแอปพลิชัน


นอกจากความสว่างระดับ 6000nit อันน่าประทับใจ realme GT 6 ยังผสานประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ ที่ช่วยสนับสนุนการเล่นเกม เช่น เทคโนโลยี HDR และ Pro-XDR ซึ่งให้ขอบเขตสีและระดับความสว่างที่กว้างขึ้น ช่วยให้คุณดื่มด่ำกับประสบการณ์ภาพที่สวยงามยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับคอเกมตัวจริง การเปิดใช้งาน Pro-XDR จะช่วยเพิ่มขอบเขตความสว่างทำให้ได้สีดำที่ลึกยิ่งขึ้นและสีสันอื่น ๆ ที่สดใสยิ่งกว่า มอบประสบการณ์ภาพอันน่าหลงใหลอย่างแท้จริง

realme GT 6 ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจสอบสภาพแสงโดยรอบอยู่ตลอดเวลาและสามารถปรับความสว่างได้อย่างราบรื่นและแม่นยำถึง 10,240 ระดับ จึงมั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานจะได้ความสว่างของจอในระดับที่เหมาะสมที่สุดแบบเรียลไทม์สอดคล้องตามสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เมื่อผสานความสามารถในการปรับความสว่างกับการจัดสรรพลังงานอันเปี่ยมประสิทธิภาพ จึงทำให้ realme GT 6 เป็นสมาร์ตโฟนที่มีความโดดเด่นในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีจอแสดงผลยุคใหม่ที่แท้จริง


เทคโนโลยี 8T LTPO เพื่อประสบการณ์ภาพที่นุ่มนวลและยืดอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนาน

ด้วยการใช้จอแสดงผล Ultra-Bright 6000nit อันล้ำสมัย ทำให้ realme GT 6 สามารถยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี 8T LTPO ขั้นสูง มอบฟีเจอร์การปรับรีเฟรชเรตหน้าจอให้สอดคล้องกับเนื้อหาได้อย่างชาญฉลาด ช่วยลดการใช้พลังงานได้มากถึง 20% ซึ่งเทียบเท่ากับการเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ถึง 300mAh เลยทีเดียว คุณสมบัตินี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแบตเตอรี่ในภาพรวมซึ่งเปรียบเทียบได้กับการมีแบตเตอรี่ความจุรวมถึง 5800mAh (คำนวณจากค่าฐาน 5500mAh บวกอัตราประหยัดพลังงาน 300mAh) ผู้ใช้งานจึงสามารถเพลิดเพลินกับสมาร์ตโฟนได้ยาวนานขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสว่างหรือประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ

เทคโนโลยี 8T LTPO ทำหน้าที่ปรับระดับการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม โดยจะลดอัตรารีเฟรชเรตลงเมื่อหน้าจอแสดงผลภาพนิ่ง และจะเพิ่มรีเฟรชเรตให้สูงขึ้นเมื่อแสดงผลภาพเคลื่อนไหว โดยเฉพาะเมื่อมีวัตถุในฉากที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเพื่อมอบประสบการณ์รับชมที่ราบรื่นเนียนตา การปรับระดับนี้ช่วยยกระดับสุนทรียศาสตร์ด้านการมองเห็นที่ไหลลื่น การเล่นเกมที่ตอบสนองฉับไว และยืดอายุงานแบตเตอรี่ให้ยาวนาน นับเป็นการสร้างสมดุลขั้นสูงระหว่างประสิทธิภาพระดับเรือธงและประสิทธิภาพด้านพลังงาน ซึ่งทำให้ realme GT 6 เป็นสมาร์ตโฟนที่โดดเด่นสำหรับทุกคนที่กำลังมองหาประสิทธิภาพด้านการแสดงผลหน้าจอระดับสูงสุด พร้อมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานอย่างน่าประทับใจ
ปกป้องดวงตาด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

realme GT 6 ให้ความสำคัญกับความสบายตาในการใช้งานหน้าจอสมาร์ตโฟน เพื่อมอบประสบการณ์ภาพรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน โดยนำเสนอเทคโนโลยีการปรับแสงนวัตกรรมใหม่ PWM 2160Hz เพื่อช่วยลดอาการเมื่อยล้าของดวงตาซึ่งเป็นความกังวลของผู้ใช้สมาร์ตโฟนในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องจ้องมองหน้าจอในที่แสงน้อย โดยหน้าจอของ realme GT 6 มีความถี่ของการกะพริบแสงแบ็กไลต์ที่เร็วกว่าสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ถึง 4.5 เท่า ช่วยขจัดปัญหาการแสดงผลภาพที่ไม่คมชัด ช่วยให้ได้ภาพที่นุ่มนวล สม่ำเสมอและรู้สึกสบายตามากขึ้น การปรับแสงความถี่สูงนี้จะปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมแบบอัจฉริยะ โดยจะสลับไปใช้การกะพริบแบบกระแสตรง (DC) โดยอัตโนมัติในสภาวะที่มีสว่างมากพอ เพื่อปรับความคมชัดของภาพให้เหมาะสมที่สุด

realme GT 6 ยังมีระบบปกป้องดวงตาด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อลดอาการปวดตา ซึ่งจะทำการปรับการตั้งค่าหน้าจอแบบอัจฉริยะตามรูปแบบการใช้งานและสภาพแสงโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นการปรับความสว่างและอุณหภูมิสีอย่างละเอียดโดยเฉพาะในสภาพแสงน้อย โดยเมื่อเปิดใช้งาน Sleep Mode แบบพิเศษในเวลากลางคืน หน้าจอจะปรับสีเป็นโทนอุ่นโดยอัตโนมัติ ซึ่งสัมพันธ์กับวงจรการนอนตามธรรมชาติของร่างกาย เพื่อสร้างประสบการณ์การรับชมที่สะดวกสบายและการนอนหลับที่ดีขึ้น
การันตีประสิทธิภาพจอแสดงผลชั้นเลิศด้วยมาตรฐานระดับโลก

realme GT 6 มอบประสบการณ์การรับชมภาพที่เหนือระดับโดยให้ความสำคัญกับความสบายตาของผู้ใช้งาน โดยผ่านการรับรองมาตรฐานขั้นสูง 4 ด้านจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ได้แก่ มาตรฐานการแสดงผล Esports ระดับ 5 ดาวโดย SGS ครั้งแรกของโลก รับประกันการแสดงผลที่ลื่นไหลและการตอบสนองที่ฉับไวสำหรับนักเล่นเกม; มาตรฐานจอแสดงผล Sunlight-Readable Display ระดับ 5 ดาวจาก SGS ครั้งแรกของโลก ยืนยันคุณภาพในการอ่านตัวอักษรที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพแสง; มาตรฐานจอแสดงผล SGS AI Eye-Protection ครั้งแรกของโลก รับรองคุณสมบัติอัจฉริยะที่ช่วยลดอาการปวดตา; และมาตรฐานจอแสดงผล TÜV Rheinland Flicker Free มั่นใจได้ถึงประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์ที่สบายตาแม้ในที่แสงน้อย

เตรียมสัมผัสนวัตกรรมสุดล้ำที่จะกำหนดนิยามใหม่ของวงการสมาร์ตโฟน realme GT 6 กำหนดเปิดตัวที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ ถ่ายทอดสดผ่านทาง Facebook : realmeTH, YouTube : realme Thailand, TIKTOK : realme_thailand เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป และเรียลแฟนสามารถจับจองเพื่อเป็นเจ้าของได้ก่อนใคร โดยสามารถพรีออเดอร์ (Blind order) เริ่มต้นเพียง 500 บาท พร้อมรับหูฟัง realme Buds Air 6 มูลค่า 1,999 บาทฟรี! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปผ่านช่องทางที่กำหนด

14
ตรวจอาการเบื้องต้นด้วยตนเอง: เส้นเอ็นอักเสบ/ปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ (Tendinitis/Tendosynovitis)

เส้นเอ็นที่พบว่าเกิดการอักเสบได้บ่อย ได้แก่ เส้นเอ็นที่ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อมือ นิ้วมือ ข้อสะโพก และเส้นเอ็นร้อยหวาย (เอ็นส้นเท้า) บางครั้งอาจมีการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นเอ็นร่วมด้วยเรียกว่า เอ็นและปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ (tendosynovitis)

โรคนี้พบได้ค่อนข้างบ่อย พบมากในวัยกลางคน ผู้สูงอายุ นักกีฬา และผู้ที่ทำกิจกรรมอยู่ในท่าเดิมซ้ำ ๆ ประจำ เป็นโรคที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่อาจเป็นเรื้อรังและทำให้ทำงานหรือเคลื่อนไหวไม่ถนัด

มีชื่อเรียกเฉพาะสำหรับการอักเสบของเส้นเอ็นตามตำแหน่งต่าง ๆ เช่น

    โรคข้อศอกนักเทนนิส (tennis elbow) เป็นการอักเสบของเส้นเอ็นบริเวณข้อศอก (epicondylitis) พบบ่อยในนักกีฬาเทนนิส นักกอล์ฟ ช่างไม้ ช่างทาสี
    โรคข้อไหล่นักว่ายน้ำ (swimmer’s shoulder) เป็นการอักเสบของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบริเวณไหล่ (rotator cuff tendinitis) พบบ่อยในนักว่ายน้ำ นักเทนนิส นักยกน้ำหนัก
    โรคเดอเกอร์แวง (de Quervain’s disease) หรือโรคปลอกเอ็นหุ้มข้อมืออักเสบ เป็นการอักเสบของเส้นเอ็นและปลอกหุ้มที่ควบคุมการเคลื่อนไหวนิ้วหัวแม่มือ พบบ่อยในนักกีฬา นักดนตรี แม่บ้าน คนงาน และผู้ที่ต้องเคลื่อนไหวข้อมือ หรือใช้นิ้วหัวแม่มือซ้ำ ๆ เป็นประจำ
    โรคนิ้วล็อก (trigger finger) เป็นการอักเสบของเส้นเอ็นที่บังคับการงอนิ้วมือ (digital flexor tendosynovitis) ทำให้เวลางอนิ้วแล้วเหยียดคืนให้ตรงไม่ได้ เนื่องเพราะเส้นเอ็นที่อักเสบบวมเกิดการล็อกกับปลอกหุ้มทำให้ไม่สามารถเคลื่อนนิ้วได้ พบบ่อยในนักกีฬาเทนนิส แบดมินตัน กอล์ฟ คนทำสวน และผู้ที่ใช้มือหยิบกำของแข็ง ๆ เป็นประจำ


สาเหตุ

การอักเสบของเส้นเอ็น (tendon) และปลอกหุ้ม (sheat) มักมีสาเหตุจากการได้รับบาดเจ็บ ทำงานหนัก หรือทำกิจกรรมที่มีการใช้เส้นเอ็นส่วนนั้นซ้ำ ๆ ประจำ เกิดการบาดเจ็บเรื้อรัง

อาการ

มีอาการเจ็บปวดตรงเส้นเอ็นที่อักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ทำให้เส้นเอ็นส่วนนั้นถูกยืดและดึงรั้ง

อาการมักจะเป็นอยู่นานเป็นสัปดาห์ ๆ หรือเป็นเดือน ๆ เช่น

โรคเดอเกอร์แวง จะมีอาการเจ็บข้อนิ้วมือด้านนิ้วหัวแม่มือเวลาเหยียดหรืองอหัวแม่มือ กวาดพื้น ยกขันน้ำ บิดผ้า เป็นต้น

โรคนิ้วล็อก จะมีอาการงอนิ้วแล้วเหยียดออกเองไม่ได้ ต้องใช้มืออีกข้างจับเหยียดขึ้น


ภาวะแทรกซ้อน

ทำให้เคลื่อนไหวข้อได้ลำบาก กระทบต่อการทำกิจวัตรประจำวัน


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยจากอาการและสิ่งตรวจพบ ดังนี้

เวลาเคลื่อนไหวข้อจะเจ็บ ทำให้เคลื่อนไหวข้อได้ในขอบเขตจำกัด

เมื่อใช้นิ้วมือกดแรง ๆ จะพบจุดที่กดเจ็บ ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณข้อ บางรายอาจมีอาการบวมของเส้นเอ็นส่วนนั้นร่วมด้วย

ผู้ที่เป็นโรคเดอเกอร์แวงจะมีอาการกำมือและบิดข้อมือไม่ได้

ผู้ที่เป็นโรคนิ้วล็อก จะงอนิ้ว (เช่น กำมือ) ได้เอง แต่เหยียดนิ้วที่ผิดปกตินั้นเองไม่ได้ ต้องใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยเหยียด


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดพักการใช้ข้อที่ปวด ใช้น้ำอุ่นจัด ๆ ประคบ (ในรายที่เกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน ควรใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบทันที และทำซ้ำทุก 3-4 ชั่วโมง จนพ้น 48 ชั่วโมงจึงเปลี่ยนมาประคบด้วยน้ำอุ่น) ทานวดด้วยขี้ผึ้งน้ำมันระกำหรือยาหม่อง ใช้ผ้าพันแผลชนิดยืดพันให้พอแน่น หรือใส่ปลอกรัดหุ้มพยุงข้อ (เช่น wrist support สำหรับข้อมือ, elbow support สำหรับข้อศอก) หรือใส่เฝือก

ถ้ามีอาการปวด ใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นประคบ และให้กินยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก ไพร็อกซิแคม นาโพรเซน) เมื่อทุเลาปวดให้ค่อย ๆ เคลื่อนไหวบริหารข้อนั้นให้คืนสู่สภาพปกติ

2. ถ้าอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ หรือเป็นรุนแรง แพทย์จะให้การรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด และการบำบัดด้วยคลื่นกระแทก (shock wave therapy) เพื่อลดปวดและการซ่อมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ (re-healing)

บางรายอาจต้องเอกซเรย์เพื่อตรวจหาสาเหตุอื่น และดูว่ามีหินปูนหรือแคลเซียมเกาะที่เส้นเอ็นหรือไม่

ในรายที่เป็นมาก อาจต้องฉีดสเตียรอยด์ตรงบริเวณที่ปวด (การฉีดยาชนิดนี้อาจทำให้ปวดมาก บางครั้งอาจต้องผสมยาชา) ซึ่งเป็นวิธีรักษาที่ได้ผลดี แต่ไม่ควรฉีดเกินปีละ 2-3 ครั้ง อาจทำให้เส้นเอ็นเปื่อยฉีกขาด เกิดภาวะแทรกซ้อนยุ่งยากตามมาได้

ในรายที่เป็นเรื้อรังหรือเส้นเอ็นมีหินปูนเกาะ มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว อาจต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด


การดูแลตนเอง

ถ้ามั่นใจหรือได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเส้นเอ็นอักเสบ ควรดูแลตนเองดังนี้

    ประคบด้วยน้ำอุ่นจัด ๆ หรือแช่น้ำอุ่นจัด ๆ ครั้งละ 15-30 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดอาการอักเสบ และใช้ขี้ผึ้งน้ำมันระกำ (salicylate ointment) หรือยาหม่องทานวด
    ใช้ผ้าพันแผลชนิดยืด (elastic bandage) พันพอแน่น หรือใส่ปลอกรัดหุ้มพยุงข้อ
    พักการใช้ข้อจนกว่าอาการปวดจะทุเลา
    ถ้าปวด ใช้น้ำแข็งประคบนาน 15-30 นาที กินยาแก้ปวด พาราเซตามอล* หรือยาที่แพทย์แนะนำ
    เมื่อเริ่มทุเลาแล้ว หมั่นบริหารข้อตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    มีอาการปวดมาก หรือเคลื่อนไหวข้อลำบาก
    ดูแลตนเอง 1 สัปดาห์แล้วไม่ทุเลา
    มีประวัติการแพ้ยา เป็นสตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือผู้มีโรคตับ โรคไต หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่มีการใช้ยาหรือแพทย์นัดติดตามการรักษาอยู่เป็นประจำ
    หลังกินยาแล้วสงสัยเกิดผลข้างเคียงจากยา มีลมพิษ ผื่นคัน ตุ่มพุพอง ตาบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ
    มีความวิตกกังวล หรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

*เพื่อความปลอดภัย ควรขอคำแนะนำวิธีและขนาดยาที่ใช้ ผลข้างเคียงของยา และข้อควรระวังในการใช้ยา จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งใช้อยู่เป็นประจำ

การป้องกัน

หลีกเลี่ยงการใช้งานของข้ออย่างหนัก (เช่น การบิดข้อมือ หรือกำมือแรง ๆ การเล่นกีฬาที่รุนแรง) หมั่นบริหารข้อเป็นประจำ เวลาเล่นกีฬาควรทำการอบอุ่นร่างกายก่อนเสมอ

ข้อแนะนำ

ขณะที่มีอาการเจ็บปวดเส้นเอ็น ควรพักการใช้งานให้เต็มที่และหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวในท่าที่ทำให้ปวด แต่เมื่อเริ่มทุเลาแล้ว ควรหมั่นบริหารข้อ (ตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด) เพื่อป้องกันไม่ให้ยึดติดและคืนสภาพปกติโดยเร็ว

15
รถยนต์ไฟฟ้า Xpeng X9 รถเอ็มพีวีไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ พร้อมจัดเต็มระบบ AI ล้ำสมัย เคาะราคาที่ 2,790,000 บาท

เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค เอ็กซ์เผิง (XPENG) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เขย่าเวทีงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41 ตอบสนองเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเติบโต เปิดตัว XPENG X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ Ultra Smart Coupe MPV ที่มาพร้อมความหรูหราระดับเฟิร์สคลาส ด้วยราคา 2,790,000 บาท

เปิดรับจองสิทธิ์ พร้อมส่งมอบตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2568 จัดแสดงควบคู่กับเอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะยอดนิยมรุ่น G6 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง คือ แบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ที่เน้นการนำระบบ AI ล้ำยุค มาใช้กับยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ XPENG ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าด้านความปลอดภัย รวมถึงระบบควบคุมอันชาญฉลาด ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิต โดย เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้ารุ่น G6 เอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เราดูแล รวมไปถึงเสียงสะท้อนความพึงพอใจของยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวที่ปัจจุบันเราได้รับจองและทยอยส่งมอบไปแล้วกว่า 1,000 คัน และวันนี้ เราได้นำ XPENG X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ‘Ultra Smart Coupe MPV’ซึ่งเป็นรถที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศจีน ที่เพิ่งฉลองการส่งมอบให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 20,000 คัน หลังเพิ่งเปิดตัวได้ไม่นาน โดยเป็นรถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะที่ลงตัวสำหรับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการโดยสารที่มีความสะดวกสบายสูงสุด หรือขับเองเพื่อไปพักผ่อนกับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนก็สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่ารถยนต์ไฟฟ้า เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น มาพร้อมความฉลาดล้ำเหนือระดับ กับระบบ AI (Artificial Intelligence) อัจฉริยะ เพื่อเจาะกลุ่มผู้ชื่นชอบความล้ำสมัยและนวัตกรรมใหม่ๆ แห่งอนาคต”
 
XPENG X9 เปิดราคา 2,790,000 บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัวยนตรกรรมแฟลกชิปรุ่น X9 พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ SiC Architecture รองรับความเร็วในการชาร์จสูงสุดถึง 330 กิโลวัตต์ โครงสร้างตัวถังสถาปัตยกรรม SEPA2.0 ที่พัฒนาโดย เอ็กซ์เผิง รูปลักษณ์ได้แรงบันดาลใจจากยานอวกาศ (Starship)

ห้องโดยสารกว้างขวาง มีพื้นที่ใช้สอยมากถึง 7.7 ตารางเมตร ผสาน Zero-gravity Seat หรูหรา มีระดับ โดยที่เบาะแถว 3 สามารถพับแบนราบด้วยระบบไฟฟ้า ปรับเปลี่ยนการโดยสารเป็นแบบ 4 หรือ 7 ที่นั่ง ได้ตามต้องการ ติดตั้งจอภาพขนาด 21.4 นิ้ว รองรับความบันเทิงเต็มรูปแบบ ขับกล่อมด้วยลำโพง Xopera 23 ตำแหน่ง ติดตั้งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295

เด่นด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้ออัตโนมัติ ช่วยให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร คล่องตัวสูงสุดเทียบกับรถกลุ่มเดียวกัน มาพร้อมช่วงล่างถุงลม Dual-Chamber ปรับสูง-ต่ำและความหนืดอัตโนมัติ เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพสูงสุด

สมทบด้วย G6 เอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะ ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากนักเขียนนิยายไซ-ไฟ (Sci-Fi) แบ่ง 2 รุ่นย่อย คือ G6 Standard Range ชาร์จไฟเต็ม ขับได้ไกลสุด 505 กิโลเมตร (NEDC) และ G6 Long Range ชาร์จไฟเต็ม ขับได้ไกลสุด 625 กิโลเมตร (NEDC) มาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ SiC Architecture ทั้งในส่วนระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่ ส่งผลให้กินกระแสไฟต่ำ ความร้อนสะสมน้อย และประสิทธิภาพโดยรวมสูง ที่สำคัญติดตั้งเป็นส่วนเดียวกับตัวถัง เรียกว่า Cell Integrated Body (CIB) ที่ได้การยอมรับว่าทันสมัยและดีที่สุดในปัจจุบัน ส่งผลให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ช่วยลดน้ำหนักและมีพื้นที่ห้องโดยสารกว้าง มีการอัพเดททั้งเฟิร์มแวร์และซอฟท์แวร์อัตโนมัติ ผ่านระบบออนไลน์ (OTA-Over The Air) ช่วยให้มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตลอดเวลา
 
มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด
เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการทำตลาดในประเทศไทย ผ่านยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ‘เอ็กซ์เผิง’ ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีล้ำอนาคต ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตยุคใหม่ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับมากยิ่งขึ้น ได้แต่งตั้งพาร์ทเนอร์จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการกลุ่มแรกในประเทศไทย ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดหลักในแต่ละภูมิภาคจำนวน 12 แห่ง นำโดย นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง โชว์รูมต้นแบบอัจฉริยะ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร ต่อด้วย สุขุมวิท, ศรีนครินทร์, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะ, ราชพฤกษ์, พัทยา, ราชบุรี, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่ และภูเก็ต โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐานผสานเครื่องมืออันทันสมัย และศูนย์คลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ บริเวณถนนบางนา-ตราดที่มีการจัดเก็บอะไหล่เพียบพร้อมและเป็นระบบ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการและความพึงพอใจของลูกค้า รวมถึงการมุ่งขยายเครือข่ายพร้อมศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อการดูแลลูกค้าอย่างทั่วถึง

XPENG X9 ราคา 2,790,000 บาท มาพร้อมแพ็กเกจ
Wallbox + ค่าติดตั้ง*
ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
Portable Charger 1 ชุด*
Vehicle Warranty 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
Battery and Drive Motor with Intelligent Power Unit Warranty 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
คะแนนสะสม MOBILIFE 90,000 คะแนน*
XPENG G6 ราคา 1,439,000 บาท (Standard Range) และ 1,599,000 บาท (Long Range) มาพร้อมแพ็กเกจ
Wall Box + ค่าติดตั้ง*
ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
Portable Charger 1 ชุด*
Vehicle Warranty 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร
Battery and Drive Motor with Intelligent Power Unit Warranty 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
ส่วนลด 15% ชาร์จไฟ OR ที่สถานี PTT (ชาร์จขั้นต่ำ 200บาท/ครั้ง และใช้ได้ถึง 30 ธ.ค. 2567)*
คะแนนสะสม MOBILIFE 60,000 คะแนน*

พิเศษ! สำหรับลูกค้า เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย สมัครสมาชิก MGC-MOBILIFE  เพื่อแลกรับสิทธิพิเศษมากมาย อาทิ ตั๋วเครื่องบิน, บริการเช่าเหมาลำเรือ, ที่พักโรงแรมหรู, ร้านอาหารชั้นนำ และอีกมาก
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท กำหนด, เมื่อจองและรับรถรุ่น G6 ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2567, เมื่อจองรุ่น X9 ภายในวันที่ 30 ธันวาคม และรับรถตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2568

หน้า: [1] 2 3 ... 47
ลงประกาศฟรี โฆษณาฟรี ลงประกาศขายบ้านฟรี ลงประกาศขายบ้าน ขายที่ดิน ขายคอนโด ขายรถ สินค้าอุตสาหกรรม อาหารเสริม เครื่องสำอางค์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว โปรโมทสินค้าฟรี เว็บประกาศฟรี ติดอันดับ Google