วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก !การใส่สายยางให้อาหารทางจมูก (NG Tube Insertion) เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ "ต้องทำโดยพยาบาลหรือบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น" ครับ ไม่แนะนำให้ญาติหรือผู้ดูแลใส่เองที่บ้านเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่สายจะหลงเข้าไปในหลอดลม ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยขาดอากาศหายใจหรือปอดอักเสบรุนแรงได้
อย่างไรก็ตาม การทราบขั้นตอนจะช่วยให้ผู้ดูแลช่วยอำนวยความสะดวกและสังเกตความถูกต้องได้ครับ:
1. การเตรียมตัวและอุปกรณ์
สายยาง (NG Tube): เลือกขนาดที่เหมาะสม (มักเป็นเบอร์ 14 หรือ 16 สำหรับผู้ใหญ่)
สารหล่อลื่น (K-Y Jelly): สูตรละลายน้ำ เพื่อลดการระคายเคือง
ไซริงค์ (Syringe) 50 มล.: สำหรับทดสอบตำแหน่งสาย
หูฟังแพทย์ (Stethoscope): เพื่อฟังเสียงลมในกระเพาะ
พลาสเตอร์: สำหรับยึดสายติดกับจมูก
2. ขั้นตอนการใส่ (โดยผู้เชี่ยวชาญ)
วัดระยะสาย: วัดจาก ปลายจมูก ไปที่ติ่งหู และลากลงมาจนถึงปลายกระดูกลิ้นปี่ แล้วทำเครื่องหมายไว้ที่สายเพื่อให้ทราบความลึกที่ต้องใส่
จัดท่าผู้ป่วย: ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงหรือหนุนหมอนสูง (ถ้าทำได้) เพื่อให้ทางเดินอาหารอยู่ในแนวที่ใส่สะดวก
การสอดสาย: ทาสารหล่อลื่นที่ปลายสาย แล้วค่อยๆ สอดเข้าทางรูจมูกข้างที่โล่งที่สุด เมื่อสายถึงคอหอย พยาบาลจะให้ผู้ป่วย "พยายามกลืน" (หรือจิบน้ำเล็กน้อย) เพื่อให้สายลงสู่หลอดอาหาร ไม่เข้าหลอดลม
ดันสายถึงจุดหมาย: ดันสายเข้าไปจนถึงขีดที่ทำเครื่องหมายไว้
3. วิธีการเช็กว่าสาย "เข้ากระเพาะ" หรือไม่ (สำคัญมาก!)
ก่อนเริ่มให้อาหารครั้งแรก ต้อง ตรวจสอบตำแหน่งเสมอด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งดังนี้:
การฟังเสียง (Auscultation): ใช้ไซริงค์ดันลมประมาณ 10-20 มล. เข้าไปในสายอย่างเร็ว พร้อมใช้หูฟังฟังที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย จะต้องได้ยินเสียง "ฟู่" (Whoosh)
การดูดน้ำย่อย (Aspiration): ใช้ไซริงค์ดูดของเหลวออกมา หากเป็นสีเหลืองหรือเขียวใสแสดงว่าอยู่ในกระเพาะ
การทดสอบค่า pH: ตรวจสอบความเป็นกรดของน้ำย่อยที่ดูดออกมา (ค่า pH ควรน้อยกว่า 5.5)
X-ray: เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในโรงพยาบาล
⚠️ สัญญาณเตือนว่าสาย "หลงเข้าหลอดลม" (ต้องดึงออกทันที!)
หากขณะใส่หรือหลังใส่ ผู้ป่วยมีอาการดังนี้ ให้หยุดและดึงสายออกทันที:
ไออย่างรุนแรง หรือสำลัก
หน้าเขียวคล้ำ หรือหายใจไม่ออก
พูดไม่ออก หรือเสียงเปลี่ยนไป
มีฟองอากาศออกมาจากปลายสายยาง
📊 ตารางสรุป: สิ่งที่ผู้ดูแลควรช่วยสังเกต
สิ่งที่ควรทำ (Do) สิ่งที่ต้องระวัง (Don't)
สังเกตขีดเครื่องหมาย บนสายยางว่าอยู่ที่เดิมไหมทุกวัน ห้ามดันสายกลับเข้าเอง หากสายเลื่อนหลุดออกมา
เช็กความสะอาด รอบรูจมูกและเปลี่ยนพลาสเตอร์บ่อยๆ ห้ามให้อาหาร หากไม่มั่นใจว่าสายอยู่ในกระเพาะ
💡 เคล็ดลับ
หากสายหลุดที่บ้าน แนะนำให้พาผู้ป่วยไปที่สถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่ใส่ให้ใหม่จะปลอดภัยที่สุดครับ และหลังใส่เสร็จควรใช้พลาสเตอร์ติดที่จมูกในลักษณะ "หางปลา" เพื่อให้สายมั่นคงและไม่กดทับปีกจมูกจนเป็นแผลครับ